TIP การรับลูกเข้า Glove (เขาบอกกันมา)

แสดงความคิดเห็น

การรับลูกจากการขว้าง (Catch Ball) หรือจากการตี หลายท่านอาจจะยังไม่เคยรู้ว่าการใช้ Glove รับลูกให้ถูกต้องควรรับอย่างไร มาดูตัวอย่างจากภาพต่อไปนี้ อย่าคิดว่าเป็นรายการสอนภาษามือนะครับ

X

1.การรับลูกด้วยการบีบมือแบบนิ้วโป้ง-บีบเข้าหานิ้วชีและนิ้วกลาง (ไม่แนะนำ)

น้องมือใหม่ส่วนใหญ่จะชอบรับกันแบบนี้ จากสัญชาตญาณเชื่อว่าการรับแบบตบทุกนิ้วเข้าหากันจะทำให้รับได้แม่นกว่า หรือมีความรู้สึกว่าใช้นิ้วทั้งหมดรับลูกแล้วจะบีบ Glove เข้าหากันได้ง่ายกว่า และเนื่องจาก Glove อาจจะยังใหม่หรือแข็ง  แต่ความจริงแล้วการรับแบบนี้ทำให้พื้นที่ในการรับลูกของหน้า Glove แคบลง มีโอกาสที่จะบีบมือก่อนรับลูกได้ หรือรับได้ไม่เต็มลูกดี-ไม่สมบรูณ์ ทำให้ลูกบอลหลุดออกจากโกลฟได้ง่ายๆ และเมื่อมีการเล่นแบบแตะตัว ( Tag Play) ก็มีโอกาสที่ลูกจะหลุดออกมา ทำให้จากจะได้ OUT กลายเป็น SAFE เสียหน้าได้ง่ายๆ แถวบ้านเรียกกันว่าอาการ “หน้าหล่า”

และการรับแบบนี้ บางทีไม่ตรงจังหวะโดนเข้าฝ่ามือหรือนิ้วก็เจ็บสิ และรับไปนานๆเข้าก็ทำให้ไส้ด้านในของโกลฟตรงนิ้วกลาง-นางก็จะสึกจนทะลุเป็นรูโหว่ ลองสังเกตดูว่าโกลฟของท่านชำรุดแบบที่ว่าหรือเปล่า?

R

2.การรับลูกแบบบีบนิ้วโป้งเข้าหานิ้วก้อย

การรับแบบนี้มีเทคนิคอีกอย่างคือใช้หว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เป็นพื้นที่ในการรับลูก ตรงที่เรียกว่า Pocket นั่นหละ รับอย่างนี้เข้าได้กลางเป้าดังป้าบๆ.. ยังไงก็ไม่มีวันเจ็บมือ รับได้เสียงยิ่งดังก็ยิ่งมันส์แต่ไม่เจ็บ

และจะช่วยให้ Glove ห่อหุ้มลูกได้อย่างสมบรูณ์ แทบจะไม่มีโอกาสหลุดออกมาได้เลย เมื่อรับลูกได้ตามลักษณะดังกล่าวแล้วแม้ว่าท่านจะสะบัดมือแรงๆยังไงก็ไม่มีโอกาสหลุดออกมาได้ง่ายๆ (ลองทำดูสิ) รับลูกจากการตีหรือ Tag Play มะไร ลูกไม่มีหลุดให้เสียฟอร์ม

Glove ทุกตัวหากท่านสังเกตดูจะมีหนังรองอย่างหนาที่นิ้วโป้งและนิ้วก้อยพร้อมสายรัดเอาไว้ เค้าออกแบบมาให้ท่านใช้บีบมือด้วยนิ้วโป้งและนิ้วก้อยไงครับ หากบีบได้อย่างนี้ใช้นานไปยังไงๆ หนังด้านในก็ไม่ค่อยพังนะ เพราะเราไม่ได้ใช้แรงกดจากนิ้วกลาง-นางซึ่งเป็นส่วนที่ไม่มีหนังรองอีกชั้น

เทคนิคแบบโปรฯ บางคนก็ใช้วิธียัดสองนิ้วคือ นางกับก้อย เข้าไว้ในรูเดียวกันตรงนิ้วก้อย เพื่อเพิ่มแรงบีบ แต่ตัวผมไม่นิยมแบบนั้น ชอบสอดนิ้วใส่รูใครรูมัน (นิ้วนะ)

*ส่วนการรับลูกแบบเล่นต่อเนื่องหรือ double play นั้น อาจไม่ต้องรับเข้าไปลึกๆใน Glove  เพราะเราต้องการความเร็วในการถ่ายบอลออกมาขว้างต่อ

มะก่อนผมยังโง่อยู่ เล่นมาตั้งนานก็สงสัยว่าทำไม Glove ตรูมันขาดบางทีก็รับหลุดแบบที่ว่ามาตั้งหลายตัว ถึงบางอ้อเลยเปลี่ยนวิธีรับแล้ว ปรากฏว่าปัจจุบัน Glove ทุกตัวไส้ในยังอยู่ในสภาพดี ไม่ต้อง Repair

ลองนำไปหรือบอกต่อกันดูอาจช่วยแก้ปัญหารับหลุด เจ็บมือ และด้านใน Glove ขาดดังกล่าวมา แถวบ้านมีน้องอีกคนชื่อบัก A Here มือใส่ Glove มันมี 6 นิ้วครับ แต่ไม่เคยถามมันว่าสอดนิ้วยังไง (ฮา) …. จะเชื่ออะไรหรือไม่เชื่อก็ให้ลองทำดู หากดีก็นำไปใช้-บอกต่อ

P1040819

รูปสุดท้ายนี่ไม่ได้เกี่ยวกับการรับเด้อคับ แต่หากรักใครก็บอกเค้าไปเลยไอ้หนูเอ้ย.. ลีลา มัวแต่เก๊ก เด๋วก็ gone with the dog และสำหรับผมแล้วคือสัญญาณบอกว่า I love this game  :) ขอให้เล่นซอฟท์บอล-เบสบอลอย่างมีความสุข สมหวังทุกท่าน..เอวังด้วยประการฉะนี้…ฯ

Perfect Practice Makes Perfect นะจ๊ะ

วิธีซ่อมโกลฟด้วยตัวเอง..เล่นไม่ยาก Do it your self (จบ)

แสดงความคิดเห็น

ต่อกันให้จบไปเลยครับ มันเล่นไม่ยากบอกแล้วไง ภาพที่ 4 วิธีง่ายที่สุดทีได้บอกไปแล้วก็คือหนังเก่าเอาออกไป หนังใหม่ร้อยเข้าไปแทน และก็มีเคล็ดอีกนิดครับหากว่าการดึง สอด ใส่ แทง มันฝืด ก็ใช้ strong oil ครับทาหนังนิดนึงครับจะได้ดึงได้ง่ายไม่เปลืองแรง การดึงให้แน่น หรือหลวมนิดหน่อยนัั้นขึ้นอยู่กับรสนิยมนะครับ ส่วนตัวผมไม่ชอบดึงให้แน่นแต่มักจะชอบหลวมนิด คลายไม่ให้แน่นมากครับ

พอท่านทำไปจนสุดทางก็ต้องถึงตอนจบหละทีนี้ หากว่าเป็นสองเส้นมาบรรจับก็ต้องมัดให้มันสวยหน่อยตามภาพที่ 5-6 นะครับ แต่หากว่าเป็นปลายด้านเดียว ไม่ต้องมัดก็จะต้องสอดกลับไปทางเดิมให้ดูภาพที่ 7 ไม่ยากครับ เสร็จสรรพแล้วก็ตัดหนังให้สวยงาม เอ้าดูซะ เสร็จแล้วเราก็นั่งชื่นชมฝีมือตัวเอง

ไม่ต้องห่วงที่ดึงขาดดึงเกิน เมื่อท่านนำโกลฟไปใช้สักพัก แรงตึงจากการับ-ขว้าง จะจัดการให้มันเข้าที่เข้าทางเอง หลังจากนั้นก็ไม่ต้องไปห่วงอะไรมันอีกได้หลายเดือน

อย่าลืมว่าการเก็บโกลฟไว้ในที่ร้อนๆ เช่น ในรถ มีส่วนทำลายสภาพหนังทั้งตัวโกลฟให้แตกลายงา และหนังร้อยให้หมดความยืดหยุ่น หรือโกลฟเก็บไว้ไม่ได้ใช้นานๆหลายปี เมื่อนำมาใช้ หนังร้อยก็มักจะขาดง่ายๆ

แนะนำเรื่องนี้ให้พี่ๆน้องๆ ลองทำด้วยตัวเอง ของเรารัก เราก็ควรดูแลเอง ส่วนวิธีซ่อมโกลฟที่ง่ายที่สุดคือ“ใช้เพื่อนทำให้” คนไหนคนนั้นในชมรมฯ มักจะมีอยู่คนนึงที่ทำเป็นเลยต้องรับหมด มีคนซ่อมเก่งๆผมรู้จักอยู่สองคน คือที่ KKU มีคนนึงชื่อไชยาครับ หมอนี่รื้อหนังออกทั้งเส้นหมดเลยได้ทั้งตัวแล้วร้อยกลับใหม่ได้ แถมยังมีความคิดจะทำโกลฟใหม่โดยการไปตัดหนังมาทำเอง อีกท่านนับเป็นกูรูที่ผมคาราวะอย่างแท้จริงครับ โค้ชหลับแห่งร.ร.กีฬาสุพรรณบุรี และโค้ชเบสบอลทีมชาติ ที่สามารถทั้งร้อย ตัด เย็บ โกลฟที่ชำรุดได้ด้วยตัวเอง

เรื่องราวแบบนี้นำมาแบ่งปันนะครับ ใครมีวิธีอะไรดีๆดว่าก็นำเสนอได้ แนะนำได้ ผมเป็นแค่พวก Addicted to Softball & Baseball

“Never Give Up 34″

ใกล้วันแม่แล้วนะครับ พี่ๆน้องๆรู้ไหมว่า แม้ว่าเราจะเติบโตอายุสักเท่าไหน ในสายตาของแม่ เราก็ยังเป็นเด็กสำหรับท่านเสมอ และจะมีสายตาที่มองเราด้วยความโอบอ้อมอารี ห่วงใยเสมอ จากใครมองมา ก็ไม่เท่าคุณแม่เราครับ.. :)

วิธีซ่อมโกลฟด้วยตัวเอง..เล่นไม่ยาก Do it your self

แสดงความคิดเห็น

โกลฟไม่ว่าราคาถูกหรือแพงเท่าใด เมื่อถึงเวลาส่วนที่มักพังก่อนก็คืออาการขาดของหนังที่ใช้ร้อยโกลฟ (Lace)

เหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นใคร อาการแบบนี้ซ่อมเองก็ได้ไม่ยาก หัดดูแลอุปกรณ์คู่กายด้วยตัวเอง อันนี้จะบอกเป็นแบบง่ายๆ เริ่มที่ง่ายๆก่อน

อุปกรณที่ต้องมีก็คือ

1.เข็มร้อยโกลฟแบบด้ามจับมีรูให้สอดหรือ

2.ลวดตัว U (ทำเองก็ได้ ใช้ลวดเชื่อมทองแดง ตัดให้ขนาดพอดี)

3.ไขควง แฉกหรือแบนก็ได้ เอาไว้งัดปมหนังที่ติดกันแน่นๆ

4.หนังซ่อมครับ หากโกลฟของท่านเป็นรุ่นถูกมากๆ ก็ให้ใช้เชือกผ้าร่ม หรือเชือกผูกรองเท้าแทนก็ได้ เพราะหนังเส้นนึงก็ราวร้อยกว่าบาท

มาเริ่มกันเลย !!

เมื่อโกลฟขาด โปรดอย่ากลัวว่าซ่อมไม่เป็น โกลฟทั้งตัว มีหนังร้อยหลักๆ เพื่อให้โกลฟอยู่ทรงประมาณ 4-5 เส้น แล้วแต่ยี่ห้อ การเริ่มซ่อมให้หาส่วนปลายของเส้นที่ขาดว่าอยู่ตรงไหน  การเปลี่ยนควรเปลี่ยนทั้งเส้นเพราะเมื่อหนังขาดแสดงว่าหนังเส้นนั้นมันเริ่มจะหมดอายุแล้ว (คือว่ามันหมดสภาพความยืดหยุ่น-เหนียว) หากท่านจะซ่อมเพียงมัดแล้วต่อส่วนที่ขาด อยากประหยัดก็ได้แต่ว่าส่วนที่เหลือก็อาจจะขาดได้ในอีกไม่นาน เข้าใจอย่างนี้แล้วก็มามะเริ่มกันเลย :)

ภาพที่ 1 ครับ ไขควงครับ เอาไว้งัดหนังเส้นที่ต้องการเปลี่ยน ตรงปมมักจะแก้ยากเพราะว่ามันใช้มานานเลยแน่น หากท่านมีไขควงนี้ก็จะช่วยผ่อนแรงได้มากและไม่เสียอารมณ์เพราะว่างัดแงะ แก้ไม่ออก

จากนั้นครับ ภาพที่ 2-3 เมื่อท่านเจอต้นตอของหนังเส้นที่ขาดให้หาส่วนปลายนะครับด้านไหนก็ได้ งัดแล้วดึงหนังเส้นเก่าออมา แล้วท่านก็เอาเข็มร้อยโกลฟแทงเข้าในรูเดิมของหนังเส้นเก่า เอาหนังเส้นใหม่สอดเข้าไปในเข็ม จากนั้นก็ดึงลงไปครับ ทำอย่างนี้ที่ละรูๆ หนังเก่าออกทางไหน หนังใหม่ก็ตามไปทันที ที่ผมแนะนำอย่างนี้ เพราะหากท่านยังไม่ชำนาญ ก็ไม่ควรดึงหนังเส้นเก่าออกทั้งหมด จะร้อยเหมือนเดิมได้ยาก หลงทางหรือ”มั่วรู” ครับ หากผิดแล้วมันเสียเวลา ต้องทำให้รือใหม่ทั้งหมดครับ  และตอนที่ดึงสายหนังอันใหม่ขึ้นมา ควรจะจัดเรียงให้สวยงาม อย่าให้หนังบิดหน้า-หลัง ซึ่งจะทำให้ใส่โกลฟไม่สบายมือได้ (มันมีด้านในที่หยาบ ด้านนอกที่สวย)

*เคล็ดอีกนิดครับ / ส่วนเริ่มต้นของเส้นใหม่ครับ ให้เหลือไว้มากนิดนึง จะได้มัดได้สวยๆ ไม่ต้องขี้เหนียวนะจ๊ะ

ลองทำดูก่อนนะ

อย่าลืมว่ามาทางไหน ไปทางนั้น จะได้ไม่มั่ว

ตอนหน้ามาดูวิธีขมวดปมกัน

เล่นไม่ยากๆ มีของรัก ก็ควรดูแลด้วยตัวเองให้เป็น

“Never Give Up”

Batting Glove การเลือกซื้อถุงมือตีและการดูแลรักษา

แสดงความคิดเห็น

ฺBatting Glove หรือถุงมือตีสำหรับซอฟท์บอลและเบสบอล ใช้ใส่เพื่อช่วยให้จับ Grip ไม้ตีได้อย่างแน่นกระชับ ทำให้ตีได้เป๊ะเฉียบขาด ไม้ไม่ลื่นหลุดจากมือ และก็ยังเป็นแฟชั่นที่สวยงาม บางแบบมีลวดลาย สีสรร ต้องโดดเด่นโดนใจ ถือเป็น accessories ที่น้องๆบางคนให้ความสำคัญมากกว่าโกลฟดีๆสักตัวเสียอีก ตีไม่ได้ไม่้เป็นไรแต่กุต้อง look Pro’ ไว้ก่อน :) บางรุ่นออกแบบให้มีแผ่นกันกระแทกช่วยไม่ให้เจ็บมือ เสริมแถบยางเพื่อเพิ่มความหนึบ ผสมผ้าหรือวัสดุพิเศษให้ระบายเหงื่อได้ดี ยืดหยุ่นใส่สบาย หลากหลายกันไปตามแต่ยี่ห้อ

Batting Glove มีสองชนิดหลักๆคือแบบที่ทำด้วยหนังสัตว์(หนังแท้) ใส่แล้วให้ความรู้สึกกระชับนุ่มสบายแต่มีอายุการใช้งาน กับแบบที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์(หนังเทียม) หรือผ้า แบบนี้มักใช้เป็นถุงมือใส่รองโกลฟได้ด้วย ซักทำความสะอาดได้ อายุการใช้งานนานกว่า

การเลือก Batting Glove ที่เหมาะกับตัวเองนั้น จะต้องเลือกขนาดที่พอดีมือกับตัวเองเป๊ะๆไม่มีเผื่อหลวมเด็ดขาด ขนาดเล็กไปก็ใส่ไม่สบายและขาดก็ง่ายกว่า ส่วนหลวมไปเมื่อใส่แล้วแทนที่จะช่วยให้ตีได้ดีขึ้นอาจทำให้ตีผิดจังหวะได้ ให้ลองวัดขนาดคร่าวๆของขนาด (Size) ของตัวเองโดยการวัดความยาวจากโคนฝ่ามือถึงปลายนิ้วกลาง ก็สามารถเลือกขนาดได้อย่างใกล้เคียงที่สุด (แยกตามเพศ ชาย หญิง และเยาวชน) ดูภาพประกอบ

ตัวอย่าง ผู้ชายวัดได้ 71/4″ ขนาดของท่านก็คือ Adult MD หรือเบอร์ M นั่นเอง แต่หากมีโอกาสได้ลองก็จะดีกว่า ลองวัดขนาดคร่าวๆของถุงมือแล้วลองใส่ดูก่อน หากติดที่ฝ่ามือก็ไม่ต้องฝืนยัดเข้าไปอีกนะขอรับ มันอาจจะแหกก็ได้นะ เมื่อลองสรวมเข้าไปได้ครบทุกนิ้วแล้ว ให้กำมือของท่านแล้วจึงล้อคสายรัดหรือ Strap จากนั้นลองกำมือเข้า-ออก หลวมๆเพื่อเช็คความรู้สึกว่าใส่แล้วสบาย ชื่นชอบในความรู้สึกหรือไม่ ของแบบนี้ต้องเนื้อคู่เกิดมาเพื่อกันและกันเท่านั้น ความพอดีตรวจได้จากให้แบมือออกแล้วดึงส่วนปลายนิ้ว ทุกนิ้วจะต้องดึงออกไม่ได้ (คือว่ามันต้องพอดี) หากหลวมก็จะดึงออกมาได้มาก อย่างนี้ต้องลดขนาดให้เล็กลง

หากเจ้าของร้านเค้าใจดีไม่ว่าไร ท่านก็ลองใส่สองข้างเลย แล้วเอาไม้ตีสักอันที่ Grip ใหม่ๆ ลองจับ ลองสวิงดู ทีนี้ไม่พลาดแน่ๆ ถึงคราวท่านจะต้องเสียตังค์แล้วหละ ถุงมือควรจะซื้อเป็นคู่นะครับ เพื่อประสิทธิภาพ100% จะใส่แบบมือซ้ายหรือขวาอย่างเดียวขอบอกว่าได้แต่มัน “บ่คือเด๊ะ” น้องๆหลายคนถามผมว่า “พี่ๆข้างเดียวมีขายไม๊?” ผมก็มักจะตอบไปว่า “มีๆ ก็เอาไปข้างเดียวเลย ส่วนราคาก็จ่ายเต็มคู่นะ เอาป่าว?” …ว่าแล้วก็เดินหนีไปเลย(คนขายกวนอีหลี) จึงยอมสารภาพซื้อเป็นคู่ อิๆ :P

เมื่อท่านถอย Batting Glove คู่ใหม่โดนใจได้แล้ว ก็มาถึงวิธีดูแลมันให้อยู่ไปกับเรานานๆหน่อย มันเป็นของสิ้นเปลืองก็จริงแต่ก็รักเค้าหน่อยดูแลกันดีๆ

1.ใช้ส่วนตัวเท่านั้น ของอย่างนี้มือใครมือมัน ทำได้ไหมหละ เพราะมือคนอื่นอาจใหญ่กว่า จนอาจทำให้มันขาดได้

2.ใช้เพื่อการใส่ตีเท่านั้น มิควรทำให้มันเป็นถุงมือเอนกประสงค์เช่นเอาไปใส่รองโกลฟ เพราะเหงื่อจากการใช้ใส่รองโกลฟ ทำให้หนังที่เปียกลดประสิทธิภาพลงและขาดง่าย

3.จะใช้ใส่ซ้อมตีก็ได้หากไ่ม่เสียดาย แต่การซ้อมตีเป็นร้อยๆ พันๆครั้ง ในแต่ละวันย่อมทำให้มันเก่าและพังเร็วกว่า เมื่อถึงเวลาออกศึก กระบี่ท่านก็อาจจะทื่อเสียแล้ว ให้จำไ้ว้ว่าถุงมือใหม่ๆซิงๆนี้แหละหนึบที่สุด *ผมมักจะใช้ถุงมือผ้าอย่างถูกๆใส่ซ้อมตี และเมื่อลงทีมแข่งจริงหรือซ้อมตีจากพิทเชอร์จึงจะใส่ถุงมือจริง ทำอย่างนี้คู่หนึ่งใช้ได้เป็นปีๆ ส่วนใหญ่ที่ว่าใช้ไม่ทนก็คือลืมไว้จึงหายเสียก่อนมันพัง

4.ระวังการใส่ถุงมือเมื่อมันเปียกมากๆโดยเฉพาะถุงมือหนัง ให้ค่อยๆใส่ อย่าใจร้อน หนังที่เปียกมักขาดง่ายเมื่อเราดึงแรงเกินไป นี่เป็นสาเหตุอันดับต้นๆที่ทำให้ถุงมือขาด ส่วนวิธีถอดให้ดึงออกทีละนิ้วๆ จนหลวมแล้วค่อยดึงออก อย่าดึงออกโดยการถลกกลับจะทำให้ถุงมือขาดได้ง่าย

5.เก็บถุงมือในที่แห้ง อากาศถ่ายเทดี อย่าซุกไว้กับโกลฟเก็บในกระ้เป๋า มันจะัเหม็นมาก หากเปียกอาจเอาพัดลมเป่าให้แห้ง ใช้ไปนานๆอาจเลอะดินบ้างสกปรกบ้าง ปกติเราไม่ค่อยซักถุงมือตีกัน แต่เมื่อจำเป็นก็ซักด้วยการใช้น้ำยาซักถนอมผ้า (เอสเซนส์)  ซักน้ำ ขยุ้มๆ หลายๆครั้ง จนดูว่าสะอาด ใช้แปรงสีััฟันขัดได้เบาๆ ล้างหลายๆน้ำ แล้วตากในร่มเท่านั้นหรือพัดลมเป่า ห้ามตากแดดเด็ดขาด หนังจะกรอบแห้งแตก เสียของเลย

เพียงเท่านี้ก็จะได้ใช้ถุงมือคู่โปรดไปนานๆเพราะถุงมือคู่หนึ่งมันก็แพงอยู่ เราอาจสงสัยว่าทำไมมันแพงจัง หากทราบว่าเป็นของนำเข้าต้องเสียภาษีกว่า 40% แล้วก็จะเข้าใจว่าเป็นราคาที่เป็นธรรมและไม่ได้ต่างจากราคาที่ต่างประเทศนัก หากเ็ป็นของหิ้วมาฝากใครถือมาให้ก็ถูกกว่าแน่นอน

ุBatting gloveใช้ให้เป็น มีประโยชน์จริงๆนะครับ เคยมีรุ่นพี่ท่านหนึ่งระหว่างรอเข้าตี (on-deck) เกมนั้นฝนตก โดนไม้ที่หลุดมือคนตีเข้าปากไปเต็มๆ ฟันร่วง นอกจากนั้นน้องๆบางคนอาจเลือกใส่เพื่อเป็นแฟชั่นให้ดูสวยงามนั้นควรดูตังค์ในกระเป๋าด้วยว่าไม่รบกวนผู้ปกครองมากนัก และหากคิดจะซื้อถุงมือตีแพงๆหละก็ ผมแนะนำว่าให้ลงทุนกับโกลฟดีๆสักตัวเสียก่อน เลือกจากสิ่งจำเป็นมากไปหาอย่างอื่นดีกว่านะครับ

บทความนี้อาจได้ประโยชน์สำหรับพี่ๆน้องๆบ้าง เป็นเกร็ดข้อมูลจากประสบการณ์ตรงของผมเท่านั้นควรใช้วิจาณญาณส่วนบุคคลฯ  ส่วนอ่านแล้วจะซื้อกับ Pao’s space หรือ มาดูแล้วไปช้อปจากที่อื่นก็ได้ไม่่ว่ากัน เพราะงานเขียนต่างๆ เป็นงานอดิเรกอีกอย่างหนึ่งครับ

“พรสวรรค์ไม่มีความหมาย หากปราศจากการฝึกฝน”

Never Give Up 34 !

สนับสนุนโดย http://www.facebook.com/paospace อุปกรณ์ซอฟท์บอลและเบสบอล มาตรฐาน เพื่อคุณ

รองเท้าแข่งเบสบอล/ ซอฟท์บอล และ วิธีดูแลรักษารองเท้าคู่โปรด ( Cleats & TR shoes)

แสดงความคิดเห็น

อันว่ารองเท้าแข่งซอฟท์บอล-เบสบอลนั้นผลิตในบ้านเราได้แต่ต้องส่งออก ราคาของใหม่ก็ไม่ถูกนัก (1,500~3,500.-) อยากได้ราคาโดนใจก็ต้องฝากหิ้ว หรือทุนน้อยก็นี้เลย “โรงเกลือ” หาไม่ได้จริงๆก็ซื้อสตั๊ดฟุตบอลใช้ได้เหมือนกัน แต่วัยรุ่นบอกได้แค่ว่ามัน..ไม่เท่ห์ เฟร้ย..ยยย

รองเท้าสำหรับเบสบอล/ซอฟท์บอลนี้แบ่งเป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆคือ (ต่อไปจะเรียกสั้นๆว่า”รองเท้า”เป็นอันรู้กันนะ)

1.Metal Cleats “คลีท(ส์)” นะครับแปลว่าใบ ที่เรียกกันติดปากว่า”คิ้ก” นะแหละ คือรองเท้าที่มีใบเป็นเหล็ก / มีทั้งแบบใบฝังเมื่อใบสึกหมดก็ทิ้ง และใบสามารถเปลี่ยนอะไหล่เป็นใบเหล็กหรือยางก็ได้ เหมาะสำหรับใช้เล่นเบสบอล (ซอฟท์บอลก็ได้)เพื่อเพิ่มการยึดเกาะเพราะสนามใหญ่ต้องใช้แรงมากและวางเท้าให้แม่นยำกว่าในการขว้างลูก เหมาะสำหรับสนามแข่งที่เป็นดิน หรือหญ้าสูง ถึงจะเปลี่ยนใบใหม่ได้ก็จริงแต่ยังไม่เคยเห็นคนไหนเปลี่ยนได้ถึงใบชุดที่ 3 เพราะส่วนบนของรองเท้ามักจะสิ้นชีพไปก่อนทั้งนั้น (อย่างมากก็ 2 ชุด)

*การใส่รองเท้าใบเหล็กน้องๆต้องมีจิตสำนึกที่ดี เวลาแข่งแค้นโมโหใครก็อย่าไปทำร้ายคนอื่นเค้านะ ลุงเคยโดนอุบัติเหตุเตะเข้าที่แข้งต้องเย็บหลายเข็มเลย ส่วนมือก็เคยโดนเหยียบจาก SS ท่านหนึ่ง ตอนไดรฟ์ขโมยเบสสอง เค้าคงรักลุงมากเอารองเท้าหงายใบมารอมือเอาไว้ เชื่อซิว่าลุงเปาเป็นที่หมายหัวขวัญใจของหลายๆคน ผลก็เหวอะซิ เจ็บชิบเป๋งเลย ลุงเจ็บมาเย้อ..ออ

2.Rubber Cleats รองเท้าใบยางราคาถูกกว่า มีลักษณะเป็นใบฝัง พอเก่าแล้วก็ทิ้งเลย เหมาะสำหรับใช้เล่นซอฟท์บอล น้องผู้หญิง และเยาวชนที่กติกากำหนดให้ใช้รองเท้าใบยางเพื่อความปลอดภัย เหมาะกับทุกสภาพสนามแต่การยึดเกาะจะสู้รองเท้าใบเหล็กไม่ได้ ใช้งานเกินสามปีถือว่าคุ้มแล้ว

3.Training (TR) รองเท้าเทรนนิ่ง ที่พากันเรียกว่า”ร้อยปุ่ม” เป็นรองเท้าใส่สำหรับซ้อม ในวันเบาๆ ใส่วิ่ง ใส่เดิน เพื่อเป็นการลดภาระและอาการบาดเจ็บของข้อเท้า มีความยืดยุ่น นุ่มกว่า สบายกว่า แต่หากเอาไปใช้เล่นสนามแข่งเปียกน้ำ หรือเป็นหญ้าสูงมากๆ ก็จะลื่น-ยึดเกาะได้ไม่ดี แต่ถือเป็นรองเท้าสารพัดประโยชน์ใช้แข่ง ใช้ซ้อม แถมยังใส่ไปแว้น ไปซิ่ง จ่ายตลาด ทำกับข้าว ไปเที่ยว รังแกเด็ก เตะหมา ด่าผู้หญิง ฯลฯ ได้ในคู่เดียว ประโยชน์ยิ่งกว่ารถ SUV  *** มีข้อพึงระวึง อย่างเดียวคือรองเท้า TR บางยี่ห้อที่ปุ่มสูง หากไปใส่เดินเล่นพื้นปูนขัด อาจหงายเงิบ (แปลว่าหงายหลัง) เอาได้หากฝนตกหรือพื้นเปียกน้ำ

เมื่อท่านได้ตัดสินใจถอยรองเท้า(ใหม่) มาไว้ในครอบครองก็ควรรู้จักวิธีใช้และดูแลให้อยู่กับเราไปนานๆ แปลจากใบแนบครับ care and instructions รองเท้าที่ว่ามานี้ส่วนใหญ่เป็นหนังเงาที่เรียกกัีนว่า”หนังแก้ว” นะครับ

-รองเท้าใบเหล็กได้มาใหม่ต้องขันน้อตให้แน่นก่อนใช้งาน โดยให้ค่อยๆขันแน่นสลับไปทีละตัว และตรวจดูอย่างสม่ำเสมอ หลวมก็ขันหน่อย / ใช้กุญแจที่เค้าให้มา หรือปากตายขนาด M5 ก็ได้ ขันอย่าแน่นเกินไป ให้คิดถึงตอนเราจะต้องขันออกด้วย ส่วนใบยางที่เปลี่ยนนี่ต้องตรวจเช็คและขันให้แน่นบ่อยๆเพราะว่ายางมีความยืดหยุ่นมากกว่าน้อตจึงหลวมง่ายหลุดหายกันบ่อยๆ และอีกอย่างอย่าเห่อขันน๊อต ถอดเล่น ใส่เข้า-ใส่ออก เพราะอาจทำให้เกลียวเสียหาย จบข่าวเลยคุณ

-ห้ามเด็ดขาดเลย แบบว่าขี้เกียจซักโยนใส่เครื่องซักผ้าโลดวะ เพราะอาจทำให้โครงสร้างรองเท้่าเสียหาย แต่พี่ไทยซะอย่างให้ห้ามๆนี่แหละชอบทำกันนักเลย  และก็ไม่ควรซักรองเท้าแบบจุ่มน้ำให้เปียกในกะละมัง เพราะจะทำให้พื้นรองเท้าเป็นกระดาษอัด และกาวที่อัดไว้เสื่อม กลายเป็นรองเท้าปากอ้าได้ไม่นาน

-เช็ดหรือแปรงเบาๆ ด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ หรือน้ำสบู่ อย่าใช้แฟ้บหรือน้ำยาฟอกขาว เพราะอาจทำให้หนังแก้วซีดไม่เงา ปล่อยให้แห้งอย่าเป่าให้แห้งด้วยความร้อนนะจ๊ะ ส่วนพื้นแผ่นรองเท้าถอดออกมาซักได้เท่าที่ต้องการ ตากแดดได้ ฆ่าเชื้อโรค ปลอดกลิ่น

-เก็บรองเท้าไว้ที่อากาศถ่ายเท อย่าเก็บไว้ท้ายรถร้อนๆ พังแน่

-ตรวจสภาพรองเท้าก่อนใช้งานเป็นประจำ จะใส่ไปซิ่งในสนาม วิ่งเร็วๆขนาดนั้น เพื่อความปลอดภัย

-สุดท้ายจอดรองเท้าของท่านในที่ปลอดภัยห่างจากคนมาหลอย ในชมรมฯอาจแค่โดนยืมใส่ หากเป็นที่อื่นก็หายลับวับๆ อาจไปโผล่ที่ร้่านหรือแผงรองเท้ามือสองให้เซี้ยใจ

เท่านี้ก็จะมีรองเท้าคู่เก่งใส่ไว้อวดโฉม โฉบเฉี่ยว ได้ไปนานๆ

(Perfect) Practice Makes Perfect 44

ขอแสดงความยินดีกับซอฟท์บอลสาวไทยกับประวัติศาสตร์เข้าชิงซีเกมส์ได้เป็นครั้งแรกและได้เหรียญเงิน ส่วนเบสบอลชายไทยแชมป์เก่าได้เหรียญทองแดง ขอให้รักษาความมุ่งมันอย่าทิ้งความฝัน-พยายาม  ยังมีนักกีฬาที่ใจรักกีฬานี้ในประเทศอีกมากมาย สมาคมฯ อย่ามุ่งพัฒนา ทุ่มเทงบประมาณให้ความสำคัญแต่ทีมชาติจนลืมพื้นฐานผู้เล่นรากหญ้า ไม่จัดการแข่งขันระดับลีกหรือทัวร์นาเมนท์ชิงแชมป์ประ้เทศไทย /วันนี้ดีใจกับเหรียญเงิืนของน้องๆจึงคอมเมนท์แบบสั้นๆครับ

Sponsored by : http://www.facebook.com/paospace อุปกรณ์ซอฟท์บอลและเบสบอล

วิธี Breaking-in ไม้ตีแบบวัสดุสังเคราะห์ (Composite Bat)

4 ความเห็น

Composite Bat Care Tips / วิธีดูแลรักษาไม้วัสดุคอมพอสอิท

ควรแจ้งให้สมาชิกทุกคนในทีมทราบและปฏิบัติร่วมกัน (Sense of Belonging)

1.ใช้เป็นอุปกรณ์ส่วนตัวเท่านั้น (ข้อนี้ปฏิบัติตามโคตรยากเลย/แม้ว่าเราจะซื้อไม้ด้วยเงินตัวเองก็ต้องให้เพื่อนใช้อยู่ดี)

2.ได้ไม้มาใหม่ ต้องนำมาตี หรือเคาะลูกโยนให้ breaking-in หรือให้ “แตกข้างใน”.. แปลไทยสวยสุดได้อย่างนี้ฮับต้องอ่านให้ครบครับห้ามอ่านขาด ด้วยการตีสัก 200-500 ครั้ง ค่อยๆเริ่มจากการตีเบาๆก่อนแล้วจึงค่อยๆเพิ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ /ไม่มีจำนวนแน่นอนว่าต้องกี่ครั้ง เพราะไม้แต่ละยี่ห้ออาจใช้เวลา breaking-in ไม่เท่ากัน * *การนำไม้ใหม่ไปใช้แข่งทันทีอาจทำให้ไม้หัก/แตกได้จากการตีไม่ตรงจุด

3.เมื่อไม้ breaking-in ได้ดีแล้วจะมีประสิทธิภาพดีกว่าตอนได้มาใหม่ๆ จึงควรเก็บไว้และนำออกมาใช้บ้างเช่น ตอนแข่งซ้อมลงทีม

และหากมีไม้ชนิด Alloy ควรใช้ไม้ชนิดนี้ในการฝึกซ้อมแทนไม้ composite และเมื่อถึงระยะเวลาใกล้แข่งขันจึงนำไม้ composite ออกมาใช้ซ้อมและแข่งขัน

4.หมุน ¼ รอบไม้ ทุกครั้งที่ตีลูก เพื่อให้ผิวหน้าไม้สัมผัสและสึกหรอสม่ำเสมอกัน

5.ห้ามใช้ไม้ในที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 C (60 F) / คาดว่าอากาศเย็นคงมีผลต่อความเปราะของวัสดุสังเคราะห์

6.อย่าเก็บไม้ไว้ในที่ร้อนจัดเช่นในรถหรือกระโปรงหลังรถ และที่เย็นจัด / อากาศร้อนจัดสามารถทำลายโครงสร้างของไม้ได้

7.ใช้ตีลูกหนัง fast-pitch ที่ได้มาตรฐาน,cork center และแรงอัด ไม่เกิน 400 lbs. เท่านั้น ห้ามใช้ตีลูกชนิดอื่นเช่นลูกเครื่องยิง หรือลูก slow-pitch แต่นำมาตีฟาสท์พิชซึ่งอาจมีผลทำให้อายุการใช้งานสั้นลงหรือหักได้ทันที รวมถึงการนำมาใช้ตีลูกยิงจากเครื่องยิงโดยเฉพาะผู้เล่นหน้าใหม่ที่ยังสวิงไม่ถูกต้อง (ฟาด) เอาเป็นว่าให้ใช้ไม้อย่างอื่นเช่น aluminium alloy ตีลูกจากเครื่องยิงดีกว่ามันไม่คุ้มเสี่ยงกับไม้พังเลย

8.ลูกบอลเปียกน้ำ หรือหนักกว่าปกติ อาจทำให้ไม้หักได้

9.ทำความสะอาดไม้ด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหรือน้ำสบู่เท่านั้น หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีทำความสะอาดหรือน้ำยาอื่นๆ

10.ไม่ควรเคาะไม้กับพื้น โยนไม้ หรือใช้ไม้เคาะ/เขี่ยทำความสะอาดดิน ออกจากรองเท้า

Comment : จากผู้เขียน (แปล)

ไม้ composite (คอมพอส-อิท) เป็นไม้ที่ทำจากวัสดุสังคราะห์ carbon fiber นน.เบา ให้ประสิทธิภาพการตีสูง ทั้งแรง/ระยะทาง และยังตีไม่ค่อยสะท้านมือ (Sting-less) รวมถึงมีจุดที่ตีได้ดี (sweet spot) กว้าง และดีดกว่าไม้ alloy

สมัยเริ่มแรกไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากความรู้สึก,เสียงตีที่ไม่คุ้นเคย และยังใจเสาะแตกหักง่ายเอาเสียมากๆ แต่หลังจากปี 2000 เป็นต้นมา มีไม้เหล่านี้พัฒนาผลิตออกมามาก มีราคาแพง แต่ได้รับความนิยมสูง เพราะประสิทธิภาพและคุณภาพดี จนน่ากลัวว่าไม้ Alloy จะสูญพันธ์ไป(ซึ่งขณะนี่ก็หาซื้อยากแล้ว)

ไม้ Compsosite มีอายุการใช้งานสั้น แตก/หักง่ายกว่าไม้แบบ Alloy หากใช้หรือตีไม่ถูกวิธี และดูแลรักษายาก จึงควรใช้ตามคำแนะนำและด้วยความระมัดระวัง

ได้ไม้มาใหม่ห้ามนำไปใช้แข่งขันทันที ควรนำมาใช้ตีเบาๆก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มแรงให้ breaking-in เสียก่อนเปรียบเหมือนการ run in เครื่องยนต์

การฝึกตีอย่างถูกวิธีแบบ in-side out และเล็งจุดตีให้ใกล้กลาง  barrel ที่สุดจะทำให้ตีไม้นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในทางตรงข้ามการตีแบบเหวี่ยงฟาดหรือ out side in อาจทำให้ไม้หักได้เพียงครั้งเดียว เพราะตีลูกผิดจุด(โดนโคน) โดยเฉพาะลูก inside cross , screw ball และลูกพิทจากพิทเชอร์มือซ้าย

มีไม้อย่างดีแล้วก็ต้องเข้าใจใช้ให้ถูกวิธีด้วย

***ปัจจุบันไม้ composite รุ่นใหม่ๆบางรุ่นโดยเฉพาะไม้แบบสองท่อนต่อกัน เช่น TPS XENO หรือ EASTON CXN จะมีคำแนะนำว่า “No Breaking-In Period อันหมายความว่าใช้แซ่บได้ทันทีไม่ต้องรอ ก็ลองพิจารณาดูกันครับ ไม้แบบนี้ใหม่ๆอันหนึ่งก็หมื่นหรือเฉียด

xeno 34 25

แต่การได้ไม้ดีๆมาใช้ ใช่ว่าจะชนะคนอื่นได้ง่ายๆ ควรดูแลร่างกาย ตั้งใจฝึกซ้อมสม่ำเสมอและถูกวิธี มีความมุ่งมั่น จิตใจเข้มแข็งไม่ย่อท้อ เล่นเป็นทีม เชื่อฟังผู้ฝึกสอน เคารพตัวเองและผู้อื่น เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จมากกว่าการมีอุปกรณ์ดีๆนะครับ

“(Perfect) Practice Makes Perfect”

(ที่มา:คู่มือการใช้ไม้ TPS composite แปล อ้างอิง จากบทความต่างๆ และความคิดเห็นส่วนตัว)

Sponserd by : Pao Space & FB 

เลือกไม้ตีให้ถูกใจ ปรึกษา บริการหลังการขายที่ http://www.facebook.com/paospace คลิ้กเลย

เลือกซื้อโกลฟให้ถูกใจ

11 ความเห็น

อยากซื้อโกลฟสักตัวให้ถูกใจเหมาะสม มาดูคำแนะนำจากผู้หมดบารมีโดยมาเฟียแห่งอบต.บ้านเป็ดสักนิด .. เริ่มตั้งแต่งบที่มีเลยแล้วกันฮะ

<ไม่เกิน 1,000.- หรือพันนิดๆ มีขายทั่วไปตามร้านกีฬาจับฉ่าย ทำจากกระดาษอัดแข็ง,วัสดุสังเคราะห์หรือหนังเทียม เรียกกันเล่นๆว่า”โกลฟกระดาษ(พลาสติก)” คุณภาพต่ำรับลูกไม่ค่อยอยู่เพราะผิวลื่น อายุการใช้งานสั้นมากไม่เกิน1ปีก็จบข่าว ฉีกขาดง่าย  เหมาะสำหรับใช้ในการเรียนการสอนมากกว่า (เน้นราคาถูกไม่เอาคุณภาพ)

1,300-2,000.-ราคาประมาณนี้อาจได้โกลฟที่ทำจากหนังแท้ ,อาจเป็นหนังแท้ด้านในที่รับลูกและผสมวัสดุสังเคราะห์ตรงส่วนอื่นเพื่อลดต้นทุน โกลฟ franchise ยี่ห้อจาก USA.และไต้หวัน local brand  มักอยู่ในราคานี้ เป็นโกลฟแบบพร้อมใช้งาน คุณภาพพอใช้ อายุการใช้งานไม่น่าเกิน 2-3ปี เหมาะกับชมรมฯต่างๆที่มีงบฯใช้จ่ายไม่มากนัก หรือ ผู้เล่นหัดใหม่ที่อยากจะมีโกลฟสักตัวที่ไม่แพงนัก

2,500-3,500.- จะได้โกลฟหนังแท้คุณภาพดีขึ้น (Cow Hide Leather) หนังหนาและแข็งกว่า อายุการใช้นานกว่า 3ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา เหมาะสำหรับผู้เล่นที่เล่นมาสักระยะหนึ่งที่รู้จักการเลือกโกลฟ และใช้ในระดับแข่งขันขึ้นไป (ลีก,มหาวิทยาลัย ฯลฯ)

4,000-7,000.- เป็นโกลฟคุณภาพดีมาก มีความประณีตในการตัดเย็บมากขึ้น อาจเป็นหนังวัวหรือกวาง รูปแบบสวยงาม หนา+แข็ง ต้องนวดก่อนใช้งาน อายุการใช้งานนาน 3-5ปีขึ้นไป โกลฟเบสบอลและซอฟท์บอลคุณภาพดีๆ จะอยู่ในช่วงราคานี้ คนซื้อเป็นผู้มีอันจะกินหรือมีรายได้ และชอบเล่นแบบไม่ธรรมดาแล้ว (Seriouse Amateur) อาจเป็นรุ่นสั่งปักชื่อ-เบอร์ได้

แพงกว่า>10,000.- !!! โกลฟ Profeshional อย่าคิดว่าในโลกไม่มีโกลฟอันละหมื่น ….จะอยู่หน้าแรกๆใน catalog ของทุกยี่ห้อ มีความสวยงามประณีตสุดๆ ทำมือจำนวนผลิตน้อย อาจทำจากหนังวัวส่วนที่ดีที่สุดตรงสีข้าง (วัว1ตัวทำโกลฟได้แค่สองอัน) อาจต้องวัดขนาดมือตัดกันทีเดียว เป็นแบบเดียวกับที่มือโปรฯใช้ แต่คนธรรมดาอยากใช้จะซื้อได้ขอบอกว่าแค่มีเงินอย่างเดียวคงไม่พอ….ต้องบ้าด้วยฮะ คุณภาพนะเหรอ? ผมว่าไม่แตกต่างจากรุ่นราคา 4-7 พันฮะ (ตามความคิดกระผม) แต่คุณค่าทางความพึงพอใจมันวัดกันไม่ได้….

ส่วนอื่นๆที่ต้องพิจารณาก็คือต้องรู้ว่าโกลฟนั้นสำหรับซอฟท์บอลหรือเบสบอล อันที่จริงมันก็ใช้เล่นด้วยกันได้ แต่สังเกตุนิดว่าโกลฟซอฟท์บอลโดยเฉพาะจะมีความนิ่มและกว้างกว่า หากเอาไปเล่นเบสบอลนานๆ ก็จะพังง่าย ส่วนโกลฟเบสบอลแท้ๆ หนังก็หนาและแข็งกว่า เอามาเล่นซอฟท์บอลอาจรับลูกเข้าโกลฟได้ไม่ดีนัก(แต่ก็ใช้ได้)  แล้วก็ระวังนิดหนึ่งถามผู้ขายก่อนว่าเป็นโกลฟสำหรับลูกยางหรือลูกหนัง โดยเฉพาะหากซื้อที่ญี่ปุ่น

ขนาดของโกลฟก็มีความสำคัญไม่น้อย ขนาดความยาว11″-12″ เป็นโกลฟของ Infielder ซึ่งต้องการความรวดเร็วในการรับและเล่นต่อเนื่อง  ขนาด 13″-14″ เป็นของ Out Fielder ซึ่งเน้นความยาวให้รับได้ไว้ก่อน และนอกจากนี้ความยาวมากๆ จะช่วยให้ท่านเอาโกลฟปิดบังหน้าตัวเองให้มิด เมื่อรับลูกพลาดง่ายๆ(ฮา)… ทั้งนี้หากไม่แน่ใจชีวิตตัวเองว่าเล่น OF/IF อะไรดี? ก็ให้ใช้โกลฟขนาด 12″-12.5″ ซึ่งใช้เล่นได้ทุกตำแหน่งอย่างไม่ติดขัด

การนำโกลฟสั้นๆของ IF ไปเล่น OF ย่อมได้แต่ขาดทุนระยะลูกปลายมือ/ และจะนำโกลฟ OF มาเล่น IF ก็ทำให้รับลูกได้ไกลกว่าแต่จะเสียความรวดเร็วในการเล่นต่อเนื่องโดยเฉพาะลูกขลุกขิกและ double play

โกลฟพิทเชอร์ควรใช้โกลฟแบบปิด (Close Web) เพื่อบังลูกไม่ให้คนตีมองเห็นขณะที่ set ลูก,ลักษณะ Web ของโกลฟตำแหน่งต่างๆ เช่น I,H,cross web หรือแบบหนังร้อยสานๆกัน เป็นการออกแบบให้สวยงามหลากหลายถูกรสนิยมผู้ใช้  ไม่ค่อยมีผลต่อการเล่นนัก ส่วน Catcher และ 1B ควรใช้โกลฟแบบ Mitt

ควรเลือกใช้โกลฟให้ถูกตำแหน่งจะช่วยให้การเล่นดีขึ้น แม้จริงๆแล้ว”กระบี่อยู่ที่ใจ” ก็ตาม ……จะซื้อโกลฟก็ควรเลือกให้ถูกใจตัวเอง+เหมาะสมตามสภานะภาพทางการเงินของตัวท่านและพ่อแม่ ไม่ควรทำให้ใครเดือดร้อน .. (ขอแนะนำว่าโกลฟระดับราคาแพงมากๆ ให้รอตอนลดราคา ท่านจะได้ของดีราคาเหมาะสม) ราคาอ้างอิงฯ นี้ ตามประสบการณ์ของผมเท่านั้น ปัจจุบันมีโกลฟมากมายหลากหลายให้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหว ราคา รูปแบบ สีสันสวยงามจี๊ดจ๊าดว่ากันไป ปักชื่อให้ได้ สั่งสีตรงนั้นตรงนี้ให้พิเศษก็ยังมี

ตอนเป็นเด็กหัดเล่นโกลฟตัวละสองพันว่าสุดยอดแล้วแค่นี้ก็พอ…ได้แต่มองโกลฟแพงๆไม่มีปัญญา  ตอนเรียนจบมีปัญญาจะซื้อแพงๆแต่ไม่มีปัญญาจะหาเวลากลับไปเล่นมากๆได้เหมือนตอนเรียนหนังสือ..โลกน้อโลก.. (ฮา)

การได้มีโกลฟดีๆสวยๆใช้ช่วยจะส่งเสริมบารมี อาจจะขมขู่คู่ต่อสู้และมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นให้ดีขึ้นได้บ้าง …แต่นั่นคือสิ่งเปลือกนอกเท่านั้น ในกีฬาซอฟท์บอลและเบสบอลเราควรนึกถึง การตั้งใจฝึกซ้อมที่สม่ำเสมอนำไปสู่ความสามารถในการเล่น การแสดงออกในสนามที่ดี เคารพเกม, เคารพกรรมการ,ผู้ฝึกสอน และคู่แข่งขัน สิ่งเหล่านี้ต่างหากจะช่วยให้คุณและทีมได้รับความยำเกรง เคารพยกย่องหรือชื่นชมในทุกๆด้าน จากเพื่อนๆผู้เล่นคนอื่น ทุกอย่างอยู่ที่ใจและตัว มิใช่อุปกรณ์ภายนอกร่างกาย…

 

(โกลฟ Baseball 12.0″ สำหรับ IF 2B,SS และื โกลฟตำแหน่ง Catcher’s& 1B Mitt)

Never Give Up 34 เป็นนักกีฬาอย่าน้ำเต็มแก้ว กบในกะลา

081-4577954 (msn:pao_ja@hotmail.com)

Tips แถม/การดูแลรักษาโกลฟซอฟท์บอล-เบสบอล

1.ได้โกลฟดีแสนแพงมาใหม่ หนังยังแข็งอยู่ต้องนวดด้วยน้ำมันรักษาโกลฟหรือ strong oil วิธีทา:ทาบางๆ แล้วบีบดัดให้เข้ารูปทรงที่เราชอบอาจเอาอะไรหนาๆแข็งๆหนักๆมาทุบ ป้าบๆๆ (เขาเรียกนวด) อย่าทาให้มากเกินไปในครั้งเดียวจะทำให้โกลฟนิ่มเกินไป เสร็จแล้ววางไว้ค้างคืน ก็นำไปใช้ได้..และเมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่งก็อาจทา strong oil ได้เรื่อยๆสักเดือนละครั้ง แต่ควรจำไว้มากๆว่า อย่าทาบ่อยและมากเกินไป แทนที่จะดีโกลฟของท่านจะหนักและนิ่มย้วยอ่อนหมดสมรรถภาพไปเลย..ประมาณนั้น :P

2.ควรใส่ถุงมือบางๆ ตลอดเวลาซ้อมหรือแข่ง เนื่องจากบ้านเราเป็นเมืองร้อนทำให้มีเหงื่อออกที่มือมาก อาจไหลไปโดนหนังส่วนต่างๆของโกลฟ ซึ่งนอกจากจะทำให้มีกลิ่นเหม็นอับ แล้วยังมีส่วนทำให้โกลฟแตกลายงาได้ หากไม่ชอบใส่ถุงมืออาจแก้ได้บ้างด้วยการถอดมือที่ใส่โกลฟออกมาเป่าให้เหงื่อแห้งบ่อยๆ

3.เก็บโกลฟไว้ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก อย่าเก็บไว้ในที่อับชื้นเช่น locker หรือกระเป๋า จะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นและเชื้อราจะถามหา แล้วก็อย่าเก็บไว้ในที่ร้อนจัดเช่นท้ายรถ หนังกับอากาศอุณหภูมิร้อนๆมันไปกันบ่ได้เด้อ..

4.โกลฟเป็นอุปกรณ์ส่วนตัว หากให้คนอื่นยืมใช้บ่อยๆก็ไม่ต่างจากอุปกรณ์กลาง ขนาดของมือที่ไม่เท่ากัน ย่อมทำให้โกลฟตัวนั้นไม่ใช่ขนาดของมือท่าน เรื่องนี้พูดง่ายแต่ทำยากนะฮะ..เหอๆๆ

โกลฟมันคงไม่ได้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต แต่การดูแลโกลฟให้อยู่กับเราไปได้นานๆ ก็เป็นความภูมิใจส่วนตัวอย่างหนึ่ง คุณๆเคยมีความรักความหลังกับโกลฟตัวใดบ้างหรือเปล่า ที่ผ่านสังเวียนมาอย่างโชกโชนและมีความทรงจำดีๆที่ผ่านมาไม่รู้กี่เกม..กี่แชมป์?? นั่นแหละ”คุณค่าทางใจ” ที่โกลฟเก่าๆพิเศษตัวนึงจะให้ท่านได้..

Sponsered by:Pao Space อุปกรณ์ซอฟท์บอลและเบสบอลทุกชนิด  Glove แจ่มๆสักตัว? ได้เลย 081-4577954

https://www.facebook.com/paospace

 

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 2,366 other followers