BISL 2013-14 end of season tournament

แสดงความคิดเห็น

26-27 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการแข่งขันถ้วยปิดฤดูกาลของ  Bangkok International Slow-pitch 2013-14 อันว่าที่ลีกนี้มี 3 ถ้วยให้ลุ้นกันยังกะบอลพรีเมียร์ลีก คือถ้วยเปิดฤดูกาล (M-sports) , ถ้วยลีกแข่งทั้งหมด 32 เกม (BMW)  และก็ถ้วยปิดลีก แข่งแบบแพ้ 2 ครั้งตกรอบ

S__1065082
ทีมคนไทย Thailand Sharks ผู้อาจหาญรวบรวมคนไทยส่งแข่ง BISL เป็นปีแรก ได้อันดับ 3 มาสองรายการ เป็นทีมวางอันดับ 3 วันแรกชนะ The Game 17-3 ต่อมาแพ้ Tilac สูสี 8-10
ตกลงมาในกลุ่มผู้แพ้ต้องเล่นไต่อันดับในวันที่สอง ชนะ Bourbon Street 15-3 ต่อด้วยชนะ BMW ทีมแชมป์ลีกปีนี้ 19-1 ต่อด้วยอัด Tilac แบบเอาคืน 14-3 ฟอร์มสุดร้อนแรงเอาชนะ knocked ทุกทีม จนได้กลับเข้ามารอบ Final พบกับทีม M-sports ก่อนหมดแรงทั้งเจ็บ ทั้งตะคริว มีมาแค่ 11 คน ก็ต้องพ่ายไป 6-14  แข่ง 4 เกมต่อวันไม่ใช่งานง่ายๆ

อากาศร้อนและเล่นในสนาม open field มีส่วนช่วยให้ Sharks ทำผลงานได้โดดเด่น และสู้กับฝรั่งที่ตัวใหญ่-แรงมากกว่าได้ คนไทยตัวเล็กก็ต้องตีแบบเจาะเอาตามช่อง อย่าไปบ้าใช้แรงเหมือนเขา

สรุปอันดับ 1.M-sports 2.Sharks 3.Tilac

ขอแสดงความยินดีกับ M-sports ที่ได้แชมป์ถึงสองรายกาลในฤดูกาลแข่งขันนี้ และดีใจกับน้อง Donut#3 Sharks ได้รับรางวัล Silver Slugger (ตียอดเยี่ยม) ปรบมือ…ออ

ขอเชิญชวนคนไทยหรือทีมอื่นๆที่มีศักยภาพพอที่จะส่งทีมเข้าร่วมแข่งได้ รับรองว่าเป็นลีกที่สนุกและได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมายในโลกของ Slow-pitch ที่บางคนอาจคิดว่ามันกระจอกๆตียังไงก็โดน แต่ลองมาเล่นแล้วอาจจะเปลี่ยนความคิดตัวเองใหม่ไปเลย

ฺBISL ท่านจะได้แข่งมากถึง 30-40 เกมต่อฤดูกาล และนี่คือสิ่งสำคัญของนักกีฬาที่จะพัฒนาความสามารถของตัวเองได้ เมื่อเทียบกันกับลีกหรือการแข่งขันซอฟท์บอล-เบสบอล อื่นๆในประเทศแล้วหนึ่งปีมีเกมให้แข่งไม่ถึง 10 เกมแค่นั้น

การแข่งขันอะไรก็ตามมีสิ่งให้เรียนรู้ใหม่ๆเสมอ แทบจะรอฤดูกาลหน้าไม่ไหวซะแล้วเชียว ขอขอบคุณสปอนเซอร์ Eucerin, Hang, เรือนแสนบุฟเฟต์ ที่มาพร้อมเสบียงอร่อยๆ และ F.C. ทุกท่าน

S__1065100

ช่วงนี้เดินสาย 29 เม.ย.-3 พ.ค. ไปแข่งที่ฮานอย,เวียตนาม แล้วจะเอาไรดีๆมาเล่าให้ฟัง

ข่าวสมาคม 26 เม.ย. ที่ผ่านมามีการประชุมสมาคมซอฟท์บอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และได้ลงมติรับรองนายกฯ คนเดิมทำงานต่ออีกสมัย ขอให้ท่านทำงานเพื่อคนรักกีฬาซอฟท์บอลครับ
“You Will Never Walk Alone”
หากใครคิดว่าการแพ้ต่อเชลซี 0-2 จะทำให้เป็ดแดงหมดกำลังใจนั้นเปล่าเลย จะเยาะเย้ยก็ว่ามา แฟนเป็ดแท้ๆ เค้ารอได้ครับไม่มีท้อ สิบอกไห่

Run Or Slide? วิ่งผ่านเบส 1 หรือพุ่งเข้าไปจะเร็วกว่ากัน?

แสดงความคิดเห็น

http://espn.go.com/video/clip?id=10766501

เราอาจเคยเห็นแบตเตอร์-รันเนอร์บางคน พุ่งเข้าที่เบส 1 แทนที่จะวิ่งผ่านไป ซึ่งเป็นการเล่นที่ทุ่มเทแต่ก็อาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้
แล้วการพุ่งเข้าเบส 1 จะเร็วกกว่าวิ่งหรือ?
Espn Sport Sience นำเสนออีกแล้วขรั่บทั่น อยากรู้จึงต้องพิสูจน์โดยการนำอดีต Runner ระดับวิทยาลัยตัวเร็วจี๊ด มาทดสอบกันให้เห็นกันจะๆ ดูที่ลิงค์กันก่อนเลย
จากการวิเคราะห์ความเร็วเฉลี่ยสูงสุดในการวิ่งผ่านเบสอยู่ที่ 18 Mph (เกือบ 30 กม./ชม. เชียว) แล้วก็ให้รันเนอร์คนนี้วิ่งแล้วพุ่งสไลด์ตัวเข้าเบส 1 แบบ head first ถ่ายวีดิโอความเร็วสูงแล้ววิเคาระห์ภาพด้วยคอมพิวเตอร์ ผลปรากฏว่า

ที่ระยะ 10 ฟุตก่อนถึงเบส การพุ่งตัวทำความเร็วได้ 0.270 วินาที

ที่ระยะ 10 ฟุตก่อนถึงเบส วิ่งผ่านทำความเร็วได้ 0.260 วินาที = 0.1 วินาทีเร็วกว่าขรั่บทั่น !!!

ที่เป็นอย่างนี้เพราะการวิ่งผ่านจะสามารถรักษาอัตราเร่งและความเร็วให้คงที่ตลอด แต่การพุ่งตัว แม้ระยะแรกดูเหมือนว่ามืออาจจะไปได้ไกลและเร็วกว่า แต่เมื่อเริ่มการพุ่งนั้นขณะที่ตัวลอยอยู่ในอากาศความเร็วจะลดลงถึง 50% และเมื่อตัวสัมผัสพื้นก็จะเกิดความเสียดทานระหว่างอวัยวะของร่างกายหรือชุดแข่งก็ตามกับพื้นสนาม  (Kenetic Friction) ทำให้ความเร็วก็จะลดลงไปถึง 90%  แฮ่.. นี่หากเอาหน้าถูเข้าไปอีกด้วยรับรองพุ่งไม่ถึงเบสแน่นอลใครจะคิดว่าผิวหน้าจะหยาบด้านน้อยกว่าพื้นสนามก็ลองดู

Sport Sience สรุปมาให้เช่นนี้เห็นทีหลายคน (รวมทั้งผู้เขียนในวัยหนุ่ม) ที่นิยมการพุ่งเข้าเบสแล้วคิดว่าเร็วกว่าเห็นที่จะต้องคิดใหม่ หากไม่อยากเสื้อเลอะและรวมไปถึงเจ็บตัวฟรี

มีอยู่ครั้งหนึ่งซอฟท์บอลชิงแชมป์ประเทศไทยลุงก็พุ่งแบบนี้แทนที่จะวิ่งผ่าน นิ้วนางมือซ้ายไปจิ้มเข้าที่เบส 1 ผลก็คือเอ็นนิ้วขาดต้องดามไว้ 6 สัปดาห์ แต่ปีนั้นก็ได้แชมป์ประเทศไทย 3 ปีติดกันเป็นรางวัลตอบแทน

284541533954_10152575906659782_1631775705_n

คอมเมนท์ : การพุ่งไปที่เบสอื่นๆ เช่นขโมยบ้าน หรือตีแล้ววิ่งสไลด์หัวหรือขาพุ่งเข้าเบสนั้นก็ยังมีความจำเป็นอยู่ ซึ่งประโยชน์มากที่สุดของการพุ่งแบบมือ-หัวไปก่อนก็คือ สายตาของท่านจะเห็นจุดทึ่ฝ่ายรับได้ลูกและสามารถเบี่ยงตัวหลบเลี่ยงการโดน tag ซึ่งอาจเปลี่ยนผลจาก out เป็น safe ได้อย่างสวยงาม บางทีอาจพุ่งหลบตีลังกาหรืออ้อมหลังได้ก็แล้วแต่จินตนาการ ในประเทศไทยมีคนทำแบบนี้เก่งๆคนหนึ่งก็คือพระโคบาล แต่หลังจากโดนทุบคอหักจนสมองเบลอไปแล้ว ระยะหลังจึงไม่ค่อยได้เห็นพี่เขาทำอีก

ส่วนการสไลด์แบบขาไปก่อนควรเล็งเป้าหมายไปที่เบสเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งฝ่ายรับและฝ่ายรุกต้อง Fair Play เล่นในเกมจังหวะที่ต้องมีการปะทะ เพื่อให้ซอฟท์บอล-เบสบอลเป็นกีฬาที่ปลอดภัยและสวยงาม

“Perfect Practice Makes Perfect”

Shallow Fly Ball การรับลูก fly ball ไม่ใกล้ไม่ไกล

แสดงความคิดเห็น

ลูกปัญหาที่ดูเหมือนง่ายในการแข่งขันเกมรับหนึ่งก็คือลูก shallow fly ball หรือลูกที่ลอยโด่งๆ ระหว่างผู้เล่น Infielder กับ Outfielder หรือ ระหว่าง Outfilder ด้วยกันเอง บ่อยครั้งที่ได้เห็นลูกตีง่ายๆนั้นแทนที่จะรับไว้ได้กลับปล่อยให้ตกพื้นง่ายๆ หรือชนกันเองจนลูกหลุด ราวกับว่าเล่นไม่เป็น นี่คือลูกปราบเซียนอย่างแท้จริง จะว่ามันง่ายก็ไม่หรือจะว่ายากก็ไม่เชิง

“การสื่อสาร” เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการแข่งกีฬาเบสบอล/ซอฟท์บอล ลองอ่านวิธีเหล่านี้อาจช่วยให้งานแบบนี้ง่ายขึ้น
1.การใช้ท่าทาง บ่งบอกว่าเราจะเป็นผู้รับเอง โดยการกางแขนออกด้านข้างแรงๆ หนึ่งหรือสองครั้ง วิธีนี้อาจใช้ได้กับลูกลอยที่ไม่ต้องไปแย่งกับใคร
2.การใช้เสียง มากกว่า 90% จากการวิจัยของสถาบันซอฟท์บอลและเบสบอลมาเฟียอบต.บ้านเป็ด ระบุว่า การตะโกนด้วยเสียงดังๆ สั้น เน้น ย้ำว่าเราจะเป็นผู้รับเอง เช่น “ปล่อย!!!.”หรือ “My Ball…!!!” ช่วยให้สามาถรับลูกได้สำเร็จ ทั้งนี้เสียงต้องดังมากพอให้ทุกคนในสนามได้ยิน โดยเฉพาะผู้เล่นที่อยู่ใกล้อาจจะมาช่วยเรารับจนกลายเป็นแย่งกันเอง และหากมีผู้เล่นอีกคนขานก็ควรจะปล่อยให้คนขานหลังสุดเป็นผู้รับ แต่หากมีขานกันพร้อมๆกัน ดังเท่าๆกันในเวลาเดียวกันก็ตัวใครตัวมันหละญาติโยม…. ฮ่วย..ยยย

ไม่ครับ ไม่ใช่ เราป้องกันได้สิ หากเสียงของท่านดังพอ และดังมากกว่าใคร ย่อมไม่มีเพื่อนคนไหนในสนามมาขานอีกอย่างแน่นอน
ทั้งนี้เราควรมั่นใจว่าบอลนั้นเป็นของเราจริงๆ ไม่ใช่ลูกเพิ่งจะลอยขึ้นก็ตะโกนออกไปแล้วว่าของเรา ควรขานเมื่อก่อนลูกลอยในจุดสูงสุดเล็กน้อย ระยะเวลาก่อนที่ลูกจะตกลงมาด้วยแรงโน้มถ่วงของโลกเท่านั้น การขานเมื่อบอลตกลงมานั้นไม่ดีอย่างยิ่งเพราะบอลจะยิ่งเพิ่มความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆทำให้รับยาก ควรไปรอ หรือคาดคะเนจุดตกไว้ล่วงหน้า ถาม : “ทำได้ยังไงเหรอพี่..?” ตอบ : “อ๋อ.. ซ้อมเยอะๆซิฟระ โค้ชเขาจะตีลูกซ้อมให้รับ” Drill ง่ายๆของการฝึกคือให้โค้ชตีบอลหรือขว้างลอยสูงให้ผู้เล่นสองคน ระหว่าง Infielder กับ Outfielder ฝึกการใช้เสียง ให้สัญญาณท่าทางว่าใครจะเป็นผู้รับลูกดังกล่าว

3.ผู้เล่นที่อยู่ใกล้สุดที่ไม่มีส่วนร่วมในการรับจะต้องตะโกนบอกว่าบอลนั้นควรเป็นของใคร โดยส่วนมาก Catcher จะเป็นผู้ตะโกนบอก
4.ผู้เล่นที่อยู่ด้านหลังหรือ Outfielder จะต้องเป็นผู้ให้เสียงกับผู้เล่น Infielder ที่กำลังวิ่งถอยหลังรับลูกดังนี้ หากตัวเองวิ่งไม่ทันให้เรียกชื่อเพื่อนคนนั้นดังๆ (ว่าเราไปไม่ทันแน่) หากตัวเองวิ่งทันและมั่นใจว่ารับได้แน่นอนต้องตะโกนดังๆว่าของเราแม้จะบอกทีหลังก็ตาม ทั้งนี้เพราะเราวิ่งหันหน้าเข้าหาลูกย่อมเป็นตำแหน่งที่รับได้ง่ายกว่า และเพื่อนอีกคนเมื่อได้ยินเสียงแล้วก็รีบหลบออกจากทางโดยด่วน

Shallow Fly Ball เป็นลูกที่ดูง่ายๆ แต่หากรับไม่ได้ขึ้นมาจะบั่นทอนกำลังใจทีมรับ อาจเสียมากกว่า 1 เบส หากคนวิ่งฉลาดพอ และอาจเสียรันอย่างไม่น่าเสียในจังหวะ 2 outs นอกจากนั้นการไม่สื่อสารให้ดีพออาจทำให้วิ่งชนกันจนบาดเจ็บ แม้แต่อาจผิดใจกันได้ว่ามึงแย่งกูรับทำไมเห็นไม๊หละหลุดเลย เป็นต้น
ผู้เขียนเคยเห็นการวิ่งชนกันของ Outfielder ในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศซอฟท์บอลอุดมศึกษาชายเมื่อหลายปีก่อนที่ม.บูรพา นักกีฬาถึงกับสลบคาสนามจนต้องส่งเข้าโรงพยาบาล มิรู้ว่าป่านนี้น้องคนนั้นหายสบายดีแล้วหรือไร
มาดูตัวอย่างภาพการแข่งขันจากต่างประเทศ และ MLB
images ภาพแรก อันนี้แน่นอนว่าขาดการสื่อสารกำลังหาคนรับผิดชอบว่ามึงทำไมไม่รับฟระ..

ภาพที่สอง ผู้เล่นคนหน้าหลบให้คนวิ่งมาด้านหลังรับไว้ได้อย่างสวยงาม แสดงถึงการสื่อสารที่ดี

ภาพที่สาม คาดว่า Infielder คงจะเครงฉายกับ Out Fielder ยึกๆยักๆ งึกๆงักๆ รับบ่ได้จ้อย

ภาพที่สุดท้าย Out fileder รบกวนกันเอง จนทำให้รับไม่ได้

Shallow Fly Ball คือลูกที่ผู้ตีได้ไม่่ดี แต่หากว่าทำให้ฝ่ายรับต้องวิ่งมารับมากกว่า 2 คนขึ้นไป โอกาสจะได้ Lucky Hit ก็มีไม่น้อย ยิ่งต้องวิ่งรับ 3-4 คนยิ่งมีโอกาสพลาดสูง แม้แต่มืออาชีพเล่นเก่งๆก็ยังมีปัญหากับลูกแบบนี้ ในฐานะนักกีฬาเบสบอล/ซอฟท์บอล ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติดู ในสนามมีเสียงดังมากมาย หากไม่ใชัเสียงสื่อสารให้ดี ก็พลาดกันได้ง่ายอย่างที่เห็น มันบ่น่าด้อก..

*อย่าลืมนะครับ คนหันหน้ารับลูกจะรับได้ง่ายกว่าคนวิ่งถอยหลัง
(Perfect)Practice Makes Perfect #34
628x471

r-MATT-HOLLIDAY-ERROR-large570

rockies 958pg-vertical

OVERTHROW,ISF Rules กติกาซอฟท์บอลว่าด้วยการขว้างลูกหลุดออกนอกเขตสนาม

แสดงความคิดเห็น

ปันจัน

RULE 1. DEFINITIONS
Sec. 76. OVERTHROW
An overthrow is a play in which a ball is thrown from one fielder to another, resulting in the ball
a. going beyond the boundary lines of the playing field, or
b. becoming blocked.

RULE 8. BATTER-RUNNER AND RUNNER

Sec. 7. RUNNERS ARE ENTITLED TO ADVANCE WITHOUT LIABILITY TO BE PUT OUT.

f. When the ball is in play and is overthrown (beyond the boundary lines) or is blocked.
EFFECT – Sec. 7f:
All runners, including the batter-runner, shall be awarded two bases, and the award will be governed by the position
of the runners when the ball left the fielder’s hand. Runners may return to touch a base left too soon on a caught fly
ball, or a missed base. If two runners are between the same bases, the award is based on the position of the lead
runner.
EXCEPTION:
1. When a fielder loses possession of the ball such as on an attempted tag, and the ball enters the dead ball area
or becomes blocked, each runner is awarded one base from the last base touched at the time the ball entered
the dead ball area or became blocked.
2. If a runner touches the next base and returns to his original base, the original base he left is considered the “last base touched” for purposes of an overthrow award.

3. If the ball becomes blocked due to offensive team equipment, the ball is ruled dead and runners are returned

to the last base touched at the time of the blocked ball. If the blocked ball prevented the defense from making
a play, the runner being played on is called out. (If this player has scored prior to the blocked ball being
ruled, the runner closest to home is called out).

RULE 1. DEFINITIONS
Sec. 76. OVERTHROW. 

Overthrow คือลูกขว้างจากผู้เล่นฝ่ายรับสู่ผู้เล่นอีกคนหนึ่งเป็นผลให้

a.ลูกออกนอกเขตสนาม หรือ

b.กลายเป็นลูก Blocked ball

RULE 8. BATTER-RUNNER AND RUNNER.

Sec.7 รันเนอร์มีสิทธิ์เคลื่อนไปข้างหน้าโดยจะไม่ถูกทำให้ OUT
f.เมื่อลูกอยู่ในการเล่นและถูกขว้างออกนอกเขตสนาม หรือ เป็นลูก blocked ball
ผลที่ได้ -Sec.7f : คือ
รันเนอร์ทุกคน รวมทั้งแบตเตอร์-รันเนอร์ (ผู้ตี-ระหว่างการวิ่งขึ้นบ้าน 1 : ผู้แปล) จะได้เคลื่อนไปข้างหน้า 2 เบส โดยนับเบสจากจุดที่ผู้เล่นฝ่ายรับปล่อยลูกจากมือ (หรือขว้างนั่นแล)
หากเป็นการวิ่งกลับเบสของรันเนอร์กรณีลูก fly out (วิ่งออกก่อน) หรือการวิ่งกลับมาแตะเบสที่เหยียบพลาด, ถ้ามีรันเนอร์สองคนกำลังวิ่งไปที่เบสเดียวกัน ก็จะได้ 2 เบสจากรันเนอร์คนที่อยู่หน้าตามลำดับ

ยกตัวอย่าง 1 กรณี 1-2 มีรันเนอร์ ฝ่ายรับ รับลูกได้จากการตี Fly ball แล้วขว้างไปที่เบส 3 เพื่อจะทำ out รันเนอร์จากเบส 2 ไปยังเบส 3แต่ลูกหลุดออกนอกสนาม รันเนอร์ที่เบส 2 จะได้ไปข้างหน้า 2 เบสคือ 3 และโฮมเป็นคะแนน , รันเนอร์ที่เบส 1 ได้ 2 เบสมาครอบครองเบส 3 ส่วนผู้ตี OUT ไปแล้วอย่ามามั่ว การเล่นนี้จบที่เบส 3 มีรันเนอร์ 

ตัวอย่าง 2 กรณี 2-3 มีรันเนอร์แบตเตอร์ตี line-drive เข้าสนาม ผู้เล่นตำแหน่ง SS รับ fly ball ได้ พยายามขว้างไปทำ out รันเนอร์เบส 1 ที่ออกมาก่อน (ไม่ได้แทก) แต่ขว้างแหกออกนอกสนาม กรณีนี้รันเนอร์ที่เบส 2 และ 3 ได้เข้ารันทั้งสองคน

*ทั้งนี้ไม่ว่ารันเนอร์จะอยู่ระหว่างวิ่งกลับเพราะไม่ได้ tag ก็ตาม ไม่ใช่นับ 2 เบสจากการวิ่งกลับแล้วค่อยไป / ให้นับ 2 เบสจากจุดเริ่มต้นนะจ๊ะ และก็ไม่เกี่ยวว่าลูกนั้นขว้างมาจากผู้เล่น Infielder หรือ Outfielder เหมือนกันหมด 2 เบส

ข้อยกเว้น : 
1.เมื่อฝ่ายรับเสียการครอบครองบอล เช่น พยายาม tag รันเนอร์แล้วบอลกลิ้งออกนอกสนาม กลายเป็นลูก blocked ball กรณีแบบนี้รันเนอร์จะได้ 1 เบส นับจากเบสสุดท้ายที่ครอบครอง นับจาก ณ เวลาที่บอลออกนอกสนาม

2.หากรันเนอร์แตะเบสหน้าแล้วและวิ่งกลับมาที่เบสเดิม , เบสเดิม ก็คือเบสที่พิจารณาว่าเป็นเบสสุดท้ายก่อนที่จะได้ไปเบสข้างหน้าตามกฎนี้

3.หากเป็น blocked ball เพราะ ลูกบอลไปโดนอุปกรณ์การเล่นของฝ่ายรุก จะเป็น dead ball รันเนอร์ทุกคนจะต้องกลับไปเบสสุดท้าย ณ เวลาเดียวกันกับที่ลูกโดนอุปกรณ์ดังกล่าว และหากว่าลูกบอลนั้นขัดขวางทำให้ฝ่ายรับเล่นไม่ได้ รันเนอร์ระหว่างการเล่นนั้นจะถูกขาน OUT (หากมีรันเนอร์ที่ได้คะแนนก่อนที่จะ blocked ball รันเนอร์ที่อยู่ใกล้โฮมมากที่สุดจะถูกขาน OUT)
*กรณีที่ 3 นี้อาจไม่ค่อยจะได้เห็นกันนัก ฟังแล้วอาจงงๆ / การตีความ-ตัดสิน อยู่ในดุลยพินิจของท่านกรรมการ

คำว่า Overthrow มักมีผู้จำไปสอนจำสับสนกับคำว่า Over-head Throw สองคำนี้คนละความหมาย อันแรกจำง่ายๆคือการ”ปาแหก” ส่วนคำหลังใช้สอนเด็กให้ขว้างลูกแบบเหนือศรีษะ

ฝรั่งเป็นต้นคิดกีฬาซอฟท์บอลซึ่งกติกามีหลายข้อเยอะมาก จำไม่ได้ทั้งหมดต้องคอยเปิดอ่าน ฝรั่งบางคนคิดว่าตัวเองรู้กติกาทุกข้อที่เป็นกีฬาประจำชาติของเขา เมื่อเกิดความสงสัยในการตัดสิน ก็อาจดูแคลนผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามหรือกรรมการชาวไทยว่าไม่รู้กติกา-ตัดสินไม่เป็น
ผมเป็นพวกคันแล้วต้องเกาให้หายคัน ไปเล่นลีก BISL บักสีดามันหยามกรรมการเราเรื่องง่ายๆ overthorw นี้แล 2 เบสคิดง่ายๆ บางที่ไปเล่นกับเขาใช่ว่าจะต้องยอมเขาไปหมด โดนโกงคิดว่าเราไม่รู้บ้างก็มี หลายทีก็ยอมๆกันไปไม่อยากมีปัญหา

นี่อ้างอิง ISF แต่ BISL เค้าว่ายึด ASA (สมาคมซอฟท์บอลสมัครเล่นอเมริกา) ยืนยันได้เฉพาะ ISF ครับทั่วโลกเล่นอย่างนี้ และผมก็แปลเอาแบบของผมเอง กรุณาตรวจสอบความถูกต้องมีท่านผู้เชี่ยวชาญได้แปลกติกา ISF เป็นภาษาไทยเต็มฉบับไว้แล้ว

ในวัยหนุ่มผมเองก็เป็นผู้เล่น Bad Boy จอมโวยวาย มักจะไม่ยอมรับการตัดสินที่ค้านสายตาเสมอๆ ได้รับใบเหลืองก็บ่อย แต่ก็ไม่เคยโดนไล่ออกจากสนาม (ฮา) มันเป็นลีลาน่ะครับ ปัจจุบันก็เป็นอยู่นะ

images 2

เวลาผ่านไปได้แต่อยากสอนหลานๆว่า ในสนามมีการกำหนดหน้าที่ของแต่ละคนเอาไว้แล้ว เราหน้าที่นักกีฬา กรรมการก็มีหน้าที่ตัดสิน เมื่อท่านได้ตัดสินชี้ขาดไปแล้ว เราควรยอมรับในคำตัดสินและแข่งขันต่อไปเพราะคู่แข่งของเราไม่ใช่กรรมการ หากมัวแต่เสียอารมณ์จนเสียสมาธิผลเสียก็จะตกที่ท่านและทีมของท่านเอง ขีดเส้นใต้ย้ำว่า แน่ๆ
กีฬาฝึกให้เราเคารพกติกา-การตัดสิน ซึ่งรวมไปถึงการเคารพผู้อื่นด้วย ทำส่วนเล็กๆตรงนี้ได้ อนาคต ประเทศคงไม่วุ่นวาย
วันนี้โนการเมือง ฮาๆๆ
Perfection Means No more  # ๓๔
นายเปารักในหลวง ๙ ครับผม _/\_
(ภาพจาก : Pong Aroma Casnova & MLB)

ฝึกพุ่งรับ Diving Catch Softball & Baseball

แสดงความคิดเห็น

Beyond Basic การเล่นบางครั้งอาจต้องมี Super play แบบที่ต้องพุ่ง-กระโดดรับลูกที่ตีเข้ามาในสนาม ที่บางคนเรียกว่า “บิน” หรือ “เหินหาว” นอกจากผู้เล่นต้องมีจินตนาการ ปฎิกิริยาตอบสนองอย่างว่องไวแล้ว การฝึกมาก่อนก็มีความจำเป็นด้วย เขาฝึกซ้อมกันมาอย่างไร? ทำไมถึงรับลูกยากๆแบบนั้นได้ คำตอบไม่ยาก มาลองหัดกัน

-ร่างกาย ต้องฟิตซ้อมมาบ้างใช่อยู่ๆจะมากระโดดกันไกลๆ ไม่พร้อมอาจบาดเจ็บกล้ามเนื้อได้

-อุปกรณ์แต่งกาย ควรใส่ Uniform ให้ครบชุดเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการถลอก, Glove ตัวโปรด ตัวซ้อมหรือใช้ประจำ

-สภาพสนาม หากเป็นทรายหนารดน้ำให้นุ่มก็ดี หรือควรเป็นสนามหญ้าจะดีกว่ามาก อย่าคิดสั้นไปลองทำสนามมีกรวด พื้นซีเมนต์ มันเจ็บนะคิดบ้าง

เริ่มกันเลย

1.คนฝึกรับ คุกเข่าทั้งสองกับพื้น

2.ผู้โยน ถือลูกไว้ แล้วโยนให้คนรับทั้งหมด 3 แบบ คือ บอลตกข้างหน้า, ซ้าย และ ขวาของคนฝึกรับ > โยนลูกบอลไปในอากาศ ให้ห่างจากคนรับราว 1-2 เมตร และลูกลอยในอากาศไม่เกิน 1-1.5 วินาที คนรับเริ่มหัดพุ่งจากคุกเข่าเพื่อให้ตัวอยู่สูงกว่าขา เริ่มอย่างนี้ก่อน ความสูงไม่มาก ลองรับจากง่ายๆ ไม่ไกลก่อน
การรับที่ดี (คนถนัดขวา) ลูกมาทางซ้ายควรหงาย Glove รับ, ลูกมาทางขวาควรคว่ำ Glove รับโดยพยายามรับแล้วชี้นิ้วโป้งขึ้นบนอากาศเพื่อให้ Glove มีมุมที่ดีที่สุดในการรับลูกให้สมบรูณ์ ส่วนลูกตกข้างหน้าหากรับทันระดับสายตาควรคว่ำ Glove หากระยะห่างสักหน่อยปลายมือก็ให้หงาย Glove

lotto

รับได้ยก Glove ให้สูงไว้ ปล่อยให้ลำตัวส่วนบนของท่านตกสู่พื้นก่อนส่วนขา หน้าอกลงดีที่สุดเพราะเป็นแผ่นหนาดีซับแรงกระแทกได้ อย่าลืมเกร็งท้องเดี๋ยวจุก

ทั้งนี้การรับจะต้องรอให้ลูกเข้า Glove ก่อนแล้วจึงบีบนิ้วโป้งเข้าหานิ้วก้อยโดยเล็งให้เข้าตรงกลาง Pocket มากที่สุดเพราะเป็นส่วนที่ลึกที่สุดของ Glove หากรับได้อย่างนี้ลูกมักจะไม่ค่อยหลุดออกมาหลังจากตัวกระแทกพื้น *หากรับแบบบีบนิ้วโป้งเข้าหานิ้วกลางและนางอาจจะทำให้ลูกหลุดออกมาได้

3.เมื่อผู้รับสามารถรับลูกในระยะใกล้ๆได้แล้ว ก็เพิ่มระยะห่างให้มากกว่าเดิม เมื่อมั่นใจว่าทำได้ดีพอสมควรแล้วก็ให้ยืนและก็ทำแบบเดิม จะได้บินจริงๆหละนะทีนี้ ลองฝึกให้เพื่อนโยนให้ห่างมากๆจะได้รู้ระยะไกลสุดที่เราสามารถจะบินไปได้ รับได้-ไม่ แล้วก็ลองทำใหม่ อาจเพิ่มความสนุก ท้าทาย ด้วยการแข่งกับเพื่อนว่าใครรับได้ไกลกว่ากัน

จิตใจต้องกล้าเท่านั้นในการฝึกพุ่งรับลูก หากไม่กล้าแล้วไม่ว่าทำอะไรก็ไม่ได้ดี คนไทยบินได้ครับ

ในสถานการณ์แข่งจริง บางลูกที่ตีมาแรงๆไกลๆ หากเราวิ่งสุดแรงแล้วยังไม่ถึงอีกนิดเดียวก็มีเพียงการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีสุดท้ายเท่านั้นที่อาจกำหนดผลการแข่งขันแพ้-ชนะ ได้ แม้ว่าหากพุ่งไปแล้วรับไม่ได้ก็ยังมีเพื่อนร่วมทีม โค้ช คู่แข่ง หรือคนที่ได้เห็นการเล่นแบบสู้ไม่ปล่อยอาจชื่นชมในตัวท่าน แต่ก็อย่าลืมว่าควรพุ่งในลูกที่น่าจะเป็นไปได้ ไม่ใช่ห่างเป็น 10 เมตร แล้วดันไปพุ่งอย่างนี้เรียกว่ากล้าไม่ลืมหูลืมตา ลูกแบบนี้ยอมวิ่งตามไปเก็บบอลดีกว่าหาไม่จะโดนด่าเอาว่าเล่นอะไรไม่รู้เรื่องเลย ลองไปฝึกกันดู เอากล้องไปด้วย 1-2-3 action!! ภาพสวยๆได้มาอย่างนี้แลฯ (ฮา)

เต้

ว่างๆจะถ่ายแบบ clip มาฝากกัน อันนี้อารมณ์ครื้นเครงแข่งซ้อมวัน Home KU เลยลองซ้อมพุ่งรับกันเล่นๆ นี่ยังมีท่าแบบ slide bent on leg  แบบใช้ขาสไลด์รับลูกด้วยนา รอชมกันได้

ทิ้งท้ายวันนี้ “ความแข็งแกร่งของร่างกายนั้นสำคัญ แต่จิตใจที่แข็งแกร่งนั้นอาจสำคัญยิ่งกว่า”

(Perfect) Practice Makes Perfect

Photo : ขอบคุณ Pallop Aroma Casnova ภาพถ่ายวันแข่งซ้อมสวยๆ

Cross play การเล่นปะทะที่โฮม

แสดงความคิดเห็น

1779727_10152145872545630_2065680394_n

การเล่น Cross play คือการเล่นแบบปะทะระหว่างรันเนอร์ที่วิ่งเข้าโฮมกับแคทเชอร์ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการปะทะอย่างรุนแรงทุกครั้ง แต่ก็อาจจำเป็นสำหรับแคทเชอร์ขณะที่ลูกกำลังจะมาถึงเท่านั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เสียคะแนน                                                                                                             แคทเชอร์ควรยืนหน้าโฮมเพลทเพื่อบีบให้รันเนอร์เข้ามาทางตรง หรือต้องอ้อมออกด้านข้างจะได้ช้าลงเพื่อการเพิ่มโอกาสในการทำ out และหากท่านมีเวลาพอคือรับลูกได้ก่อนการเล่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีการปะทะ เพียงบีบ Mitt ให้แน่น tag ให้โดนไม่จำเป็นต้องแรงแล้วก็ฉากออกไปอย่างสวยงาม ชูมือหรือโกลฟที่มีลูกแสดงความมั่นใจ แต่หากไม่มีเวลาหรือลูกยังมาไม่ถึงอาจใช้การบังไว้ก่อนรับได้แล้วค่อย Tag ทีหลังที่เรียกว่าการ Block  (กรณีนี้อาจเสี่ยงต่อการเจ็บตัวของท่านเอง)

capture-20131029-091227

สำหรับรันเนอร์แล้วท่านไม่มีทางเลือกเมื่อโดนบังท่านก็ต้องใจเหี้ยมหาญกว่าเท่านั้น ใช้ส่วนที่แข็งที่สุดแหวกเข้าไป พยายามหาโฮมเพลทให้เจอ หากมัวแต่แหย หรือกลัว ท่านเองอาจจะเป็นคนเจ็บตัว เมื่อโดนขวางให้ชนอย่างเดียว เพราะแคทเชอร์ไม่มีสิทธิ์ขวางท่านหากไม่ได้อยู่ในระหว่างจะรับลูก *แนะนำรันเนอร์ว่าให้ใช้รองเท้า (ส่วนแข็ง) พุ่งเข้าไปจะมีโอกาสเสี่ยงเจ็บตัวน้อยกว่าใช้มือเข้าไปก่อน

แคทเชอร์ ทบทวนอีกที ยืนรอ>รับให้มั่น>Tag>ชูมือหรือลูกบอลด้วยความมั่นใจว่า OUT!!
รันเนอร์ โค้ชสั่ง>วิ่งโสตายไม่มีลังเล>เป้าหมายข้างหน้าโฮมเพลท>เหี้ยมไว้อย่ากลัว>แหวกหาโฮมให้เจอแล้วใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายแตะให้โดน>กางมือชี้ชวนว่าท่าน SAFE!!

แคทเชอร์ไม่จำเป็นต้องเล่นแรงกับคู่ต่อสู้ การเล่นที่สวยงามเท่านั้นคือการแสดงออกของผู้เล่นกีฬาเป็น ผมเคยเห็นการเล่นที่รันเนอร์คนหนึ่งพุ่งโดยใช้มือและหัวเข้าโฮมได้ก่อน แต่แคทเชอร์ได้ลูกทีหลังกลับเอามือทั้งสองทุบลงกลางคอของผู้เล่นคนนั้นทำให้กระดูกคอร้าวทีเดียวยังกะทุ่งสังหาร อีกคนเจอกับตัวผมวิ่งเข้าโฮมได้ง่ายๆแกปล่อยทำไม่มองแต่จังหวะจะเข้าโฮมดันเอาขามาบัง การเล่นแบบนี้แม้จะดูเก๋าแต่เป็นการเล่นที่นิสัยไม่ดี-อันตรายต่อผู้อื่น หากไม่ทันระวัง สับขาไม่ทันอาจทำให้ข้อเท้าพลิกหรือหักได้ และอีกหลาย Clip ของ MLB รันเนอร์ที่วิ่งมาทีโฮมพุ่งเข้าชนแคทเชอร์อย่างรุนแรงมาก (ย้ำว่ามากๆ) โดยหวังจะให้ลูกหลุดก็มีบ่อยๆ>> แต่การเล่นแบบนี้อาจจะโดน MLB ห้ามแล้วเพื่อป้องกันมิให้เป็นการเล่นที่รุนแรงเกินไปจนทำอันตรายต่อนักกีฬา รอดูกติกากันต่อไป

1526589_10152575910769782_1513766081_n

Comment จากแคทเชอร์แก่กล่าวไว้ว่า…”ไม่จำเป็นต้องมีการเจ็บตัวจากการเล่น cross play การเล่นแรงต้องเล่นในเกม มีน้ำใจนักกีฬา อย่าเล่นให้คนอื่นเจ็บตัว แต่หากมีคนจะนอกเกม ก็อย่าลังเลที่จะต้องโต้ตอบไปเช่นเดียวกัน ในสนามคือสงคราม ผลั้งเผลอท่านก็จะกลายเป็นศพทันที..”

ตอนนี้เขียนเล่นๆ ไม่อ้างอิงจากตำรา หรือคำสอนจาก basic อะไร นี่เอาประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟัง ลองอ่านแล้วคิด สังเคราะห์ ดูครับ

Impossible is Nothing !!

ทีมเล็กชนะทีมใหญ่ ทีมอ่อนชนะทีมเก่งกว่าได้ ใจต้องใหญ่กว่า เป็นสำคัญ

จินตภาพในการเล่น

แสดงความคิดเห็น

เราอาจเคยเห็นผู้เล่นเก๋าๆ ทีมชาติ หรือผู้เล่นอาชีพ เล่นได้สวยงาม ทำ double play หรือเล่นแบบต่อเนื่องที่เรียกว่า second play สวยๆกันบ่อยๆ สิ่งนี้ดูเหมือนง่ายๆแต่เกิดจากการฝึกฝนจนเป็นธรรมชาติ และนอกจากนั้นยังเกิดจากการ “จินตภาพ” สิ่งที่จะทำไว้ล่วงหน้า ที่เราเรียกกันว่า คิด ก่อน เล่น

O1

คิดไว้ก่อนเล่นคือหลักการง่ายๆ ของผู้เล่นเกมรับทุกตำแหน่ง เช่น ตอนนี้มีรันเนอร์ที่บ้านไหน รันเนอร์จะขโมยไหม?, หากลูกตีลงพื้นมาทางตำแหน่งเราจะต้องทำอย่างไร? หากเป็น fly ball เรารับได้แล้วจะทำอย่างไร? หรือแม้แต่หากรับพลาดแล้วก็จะต้องมีสิติว่ารันเนอร์จะวิ่งไปที่ไหน เป็นต้น การคิดไว้ก่อนเล่นนี้เองจะทำให้ท่านและทีมประสบความสำเร็จในการเล่นแต่ละครั้งได้มากกว่า

เราสามารถฝึกจินตภาพได้แม้แต่ระยะเวลาไม่กี่วินาทีก่อนการเล่นแต่ละครั้ง จะช่วยให้ท่านมีสมาธิกับเกม นี่คือสิ่งสำคัญของนักกีฬา หากท่านคิดว่าทำได้ก็จะพร้อมและมีความมั่นใจในการเล่น ตรงข้ามกับไม่มีสมาธิอะไรเลย ว่อกแว่ก จิตใจไม่อยู่กับเกม จนเกิดการเล่นที่ผิดพลาด
นักกีฬานอกจากควรฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจนมีความเฉียบขาดในการเล่น เมื่อรวมกับการคิดก่อนเล่นแต่ละครั้งก็จะดูง่ายดาย ไหลลื่น ง่ายดายอะไรจะขนาดนั้น
จินตภาพใช้ได้แม้แต่ก่อนการเข้าตี>>ท่านจะต้องมีมโนภาพของความสำเร็จรออยู่เบื้องหน้าเท่านั้น กูทำได้ๆ พูดกับตัวเอง เช่นว่า รอลูกสวยๆ, จะรอตีลูกอะไร-จะตีไปทางไหน คำว่า “ทำได้ๆ” ที่โค้ชหรือเพื่อนบอกนั่นเอง หากมัวแต่ลังเลกลัวตีไม่ได้ เข้าไปตีมันจะดีได้อย่างไร?
แต่นักกีฬาบักไหนที่ไม่ซ้อมเลยแถมขี้เกียจหากจะคิดแต่จินตภาพเป็นระดับโปรฯ ก็ต้องรอให้พิทเชอร์ผู้โชคร้ายขว้างมาโดนไม้ ก็พอจะประสบความสำเร็จได้บ้างเหมียนกัล หรือซ้อมก็ไม่ซ้อมแต่เกมรับมันอยากจะเล่นยิ่งกว่าพ่อโปรฯมาเกิด มันก็คงฝันไปเองแหละ อย่างนี้เรียกว่ารู้จักใช้จินตภาพแบบหลอกตัวเอง

580830_581581745241051_957965499_n

จินตนาการนั้นขอบเขตกว้างไกล ใครๆก็เคยต้องมีในชีวิตจริงบ้าง เช่น สาวๆฝันถึงว่าได้ออกเดทเคียงคู่กับน้องเจมส์ จิ ส่วนหนุ่มน้อยทั้งหลายเข้าห้องน้ำอาจหลับตาเห็นภาพน้องมิยาบิ … เอ่า..ตายๆ ขึ้นต้นเป็นกฎหมายหมา ออกมาเป็นกฎหมายแมว
วันนี้ตอนสั้น ลุงลาไปก่อนหละ ฟิ้ว…ววววว

(Perfect) Practice Makes Perfect
ซ้อมเท่านั้นคือหลักประกันสู่ความสำเร็จ
ขอขอบคุณโค้ชพี่น้อย พี่วัฒน์ แห่ง KU ที่สอนคำว่า “คิด ก่อน เล่น สิ” ที่ตอนเด็กๆผมไม่ค่อยจะเข้าใจมันนักฯ

Cre.ภาพจากน้อง Oaf Photography และคุณ Benz ช่างภาพระดับโปรฯ

Older Entries Newer Entries

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 2,479 other followers