บัญญัติ 5 ประการในการรับลูกกับพื้นเบสบอลและซอฟท์บอล

ใส่ความเห็น

บัญญัติ 5 ประการของผู้เล่น Infielder5
แนวคิดควรทำจดจำนำไปใช้ (Verbal Cues for infielders)

*คำแนะนำจากอดีตโปร MLB Nick Shaw
1.Show me the bill of your hat รับก้มหน้ามองลูกจนเข้าโกลฟ (ให้โค้ชมองเห็นปีกหมวกของท่าน)
เพราะสายตาของท่านจะอยู่ใกล้ลูกมากที่สุด
หากถามว่า แล้วถ้าลูกมันเด้งใส่หน้าหละ?
ตอบ : มึงก็หันหน้าหลบไปทางขวาหรือซ้ายสิฟระไอ้พวกหลับตาปี๋หันหน้าหนีแล้วรับได้มันก็ฟลุ้คทั้งนั้นแหละ

2.Fingers down ให้นิ้วของท่านชี้ลงที่พื้น หรือหักข้อมือลงเล็กน้อยแต่ไม่ต้องเกร็งข้อจนนิ้วหงิก
การงอข้อมือจะทำให้มุมในการรับลูกดีกว่าแบมือขนานพื้นไงหละ
เปิดฝ่ามือให้กว้างไว้หรือกางมือนะแหละ จะได้มีพื้นที่รับลูกมากขึ้นและอย่าลืมให้ปลายโกลฟติดพื้นไว้ก่อนรับ หากมันเด้งขึ้นมาจังหวะสุดท้าย (bad bounce) ค่อยยกโกลฟขึ้นมาจะรับได้ง่ายกว่าการตะครุบลูกซึ่งเป็นท่ารับที่ผิด

3.Get to the right เข้าหาบอลทางขวา
จะทำให้ส่งโมเมนตัมในการขว้างได้ง่ายกว่าและยังเพิ่มมุมมองให้เห็นลูกได้กว้างขึ้นเพิ่มโอกาสในการรับที่ไม่พลาดเหมือนการขี่มอไซค์ตีโค้งออกนอกมาก่อนนั้นแล เข้าโค้งออกนอกตัดเข้าในจะออกจากโค้งได้เนียนกว่าเร็วกว่า เพราะหากเข้าในมันก็จะบานออกนอก ชิฟหายหละครับท่านผู้ชม อ่านต่อไปยังข้อ 4 ได้เลยมันเกี่ยวกัน

4.Take your left foot or head through the baseball
ต่อเนื่องมาจากข้อ 3 รับลูกที่เท้าซ้ายฮะ จะได้สร้างแรงต่อเนื่องในการขว้างได้ดีกว่าเพราะว่าเราไม่ได้หยุดนิ่ง
การรับกลางตัวเหมือนกับว่าจะแน่นอนกว่าอาจจะจริงแต่การเล่นต่อเนื่องหรือบางลูกที่ต้องการความรวดเร็วในการเล่นอาจจะไม่ทันเวลา
จำง่ายๆ เข้าหาบอลทางขวา-รับทางซ้าย นั้นแล

5.Lose hands พยายามทำมือให้หลวมๆ
สบายๆเข้าไว้ อย่าไปเกร็งหรือยืดแขนตรงนัก ทำแขนให้งอนิดหน่อยจะได้ช่วยเป็นโช้ครับแรงดันไปหน้า-หรือถอยหลังกลับเพื่อควบคุมลูกให้อยู่ในโกลฟให้ได้นึกถึงตัวเองว่าเป็นจอมยุทธ์ พลิ้วไหวดุจสายน้ำ แข็งแกร่งดุจขุนเขา ตึงไปก็ขาดหย่อนไปก็หลุด หาจุดพอดีให้เจอ


*อ้อๆรับได้แล้วอย่าลืมดึงลูกเข้าหากลางตัว ท้อง-ต่อไปหน้าอก ซึ่งเป็นจุดสมดุลของร่างกายที่จะทำให้ขว้างตรงไปเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลัก 5 ประการนี้ไม่ได้มั่ว ไม่ได้โม้ แปลมาให้อ่าน จดจำนำไปใช้กันได้ครับผม

https://www.youtube.com/watch?v=8axjY9SrOSs

แคทเชอร์!! การขว้างลูกจับขโมยบ้านให้ได้เร็วขึ้น

ใส่ความเห็น

(หากแปลเองได้ดูคลิปเลยจ้า นี่ช่วยแปลจากคลิป)
ไหล่ที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญแคทเชอร์เมื่อต้องเจอกับเกมวิ่งขโมยบ้าน
ในวัยหนุ่มคุณแข็งแรงอาจจะจัดการได้แต่เมื่ออายุมากขึ้นการเรียนรู้เทคนิคและกล้ามเนื้อส่วนอื่นเพื่อให้ขว้างลูกถึงบ้านได้เร็วขึ้น
มาดู 3 จังหวะที่เราควรให้ความสำคัญ

https://www.youtube.com/watch?v=liD5iyG5r1w


1.รับลูกให้ลึก (Catching the ball deep) รับลูกให้ลึกในสไตรค์โซนพร้อมดึงเข้าหาตัว อย่าดันมิทออกไปจากตัวเพราะจะทำให้เสียเวลามากขึ้น

2.ถ่ายบอลและสเตปเท้าให้เร็ว (The transfer) จากจังหวะแรก ดึงบอลผ่านไหล่หันข้างให้เป้าหมายที่จะขว้างพร้อมกับสเตปเท้าขวา-ซ้ายอย่างรวดเร็ว *ตรงนี้โปรแนะนำว่าให้สเตปเท้า “สั้นและเร็ว” หากท่านก้าวยาวก็ยิ่งเสียเวลามาก รันเนอร์เขาวิ่งอยู่นะเฮ้ย

3.ขว้างอย่างสุดแรง (Power step) จังหวะ 1-2 และ 3 จะต่อเนื่องกันอย่างเร็วมาก ตอนนี้ท่านจะพร้อมขว้างแล้วด้วยการหันข้างตัว 90 องศาจากท่านั่ง ไหล่ซ้าย มิทหรือศอกซ้ายชี้ไปยังเป้าหมายคือบ้าน 2 ย่อตัวเล็กน้อยเพื่อฐานที่มั่นคง ยกศอกขวาให้สูงกว่าไหล่ จากนั้นบิดลำตัวก็ขว้างให้สุดแรง

อย่าลืมว่าการขว้างที่ดีเริ่มจากช่วงล่างสู่บน หากสเตปเท้าแม่น ถ่ายบอลเร็ว-หาบอลให้เจอ จับตะเข็บได้แม่น ก็จะทำให้การขว้างโดยใช้แรงส่วนบนของร่างกายได้ดี-ลื่นไหล ลูกขว้างจะจ้วดดดดตรงไปหาคนรับ ที่เหลือก็รอให้เพื่อน 2B หรือ SS จัดการเชือดรันเนอร์ขี้ขโมยซะให้เข็ด

หากท่านจับขโมยได้ในครั้งแรกหลังจากนั้นในเกมแทบจะไม่มีใครกล้าลองดีกับท่านอีกเลย ตรงกันข้ามหากถูกขโมยได้ง่ายๆก็จะโดนขโมยบ้านกันทั้งเกม แม่งช่างเหมือนชีวิตแคทเชอร์แก่หมายเลขเสื้อ 34 จริมๆขโมยกันไม่ไว้หน้ากูบ้างเล้ย

ทิปเพิ่มเติมเล็กน้อย เมื่อมีรันเนอร์ที่บ้าน 1 ท่านจะต้องนั่งหันข้างนิดนึงเพื่อให้เห็นรันเนอร์และจะบิดตัวขว้างลูกได้เร็วขึ้น อย่าหันข้างมากเกินไปเพราะจะทำให้รับลูกห่างตัวได้ยากส่วนลูกในก็จะกลายเป็นมุมอับที่เล่นต่อไม่ได้ รับแล้วโน้มตัว (lean) ไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อสร้างแรงไปข้างหน้า

แคทเชอร์ที่ดีต้องอ่านเกมล่วงหน้าเสมอ จ้องมองรันเนอร์ไว้ด้วยสายตาเฉียบๆว่าอย่าลองกะกูนะเหว้ยกูไม่ได้เผลอนะ
ต้องมีไหล่และร่างกายที่แข็งแรง หมั่นฝึกซ้อม เสริมสร้างความแข็งแรงด้วยการเวทเทรนนิ่ง ฝึกแรงระเบิด ผึกความคล่องตัวเพิ่มเติม

แล้วท่านจะเป็นแคทเชอร์ที่ดูดีมีสง่าราศรีจับ มีออร่า ในฐานะกัปตันทีมผู้เข้มแข็งกร้าวแกร่ง ที่สำคัญตำแหน่งนี้หากเล่นดีมันจะดูเท่มากๆ ดูดีโดยที่ไม่ต้องหน้าหล่อเหลาด้วยมีดแบบเกาหลีสักนิดเลย

ขอบคุณคลิป : ที่มาตาม link นี้ แนะนำจากอดีตผู้เล่นแคทเชอร์โปร MLB คุณ Leo Rojas
แปลและใส่ไข่จากประสบการณ์เล่นเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ มิได้หวังในไปใช้ผลประโยชน์ในเชิงธุรกิจ

No photo description available.



By : Mafia อบต.บ้านเป็ดแดง


National Catcher’s Day วันแคทเชอร์แห่งชาติ

ใส่ความเห็น

เนื่องจากวันนี้ทางเมกาเขาให้เป็น National Catcher’s Day เป็นวันแคทเชอร์แห่งชาติ อยากเรียกเป็นวันแคทเชอร์สากล เรียกให้หรูหน่อยอะนะ ในฐานะที่ลุงเปาก็เป็นคนที่ชอบเล่นตำแหน่งนี้เป็นชีวิตจิตใจเช่นกัน มีบทความหนึ่งเขียนไว้ในช่วงเวลานี้พอดี จึงขออัญเชิญมาไว้บนหิ้งของบล้อกเปาสเปซ โดยอาจารย์ (โค้ชซอฟท์บอลท่านแรกใน KU) มาให้อ่านกัน

สุขสันต์วันเกิด เกษตรศาสตร์ 2 กุมภาพันธุ์ 2486 //Happy Birth Day – Kasetsart 2 February 1943

โดย พิทยา อดุลยธรรม -น้อย (KU 34)

เนื่องในโอกาสวัน Home Coming Day 2021 ในช่วงที่มีโควิด-19 ระบาดรอบใหม่ คาดว่าน่าจะไม่มีการจัดงานโฮม และถ้ามีการจัดงานก็คงไม่มีใครอยากไป ปีนี้ก็เป็นอีกครั้ง ที่ อ.ธีระ ไม่ได้ไปสนามในวันโฮม (อ.ธีระ ไม่เคยพลาดงานนี้ โดยไม่มีเหตุจำเป็น แม้แต่ตอนที่ดำรงตำแหน่ง อธิการบดี หรือรัฐมนตรี) ปีนี้ก็จัดงานบนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก็แล้วกัน

มาร่วมแชร์ความหลัง ความประทับใจ ความในใจ บันทึกไว้ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ ว่าในแต่ละช่วงเวลา แต่ละรุ่นผ่านอะไรมาบ้าง (วัน Home ปีนี้ 02022021 ปีที่แล้วตัวเลขสวยมาก 02022020)

May be an image of one or more people, people playing sport and text that says "Happy National Catcher's Day @benjijohnsoncatching FEAS"

เข้าเรื่องที่อยากจะเขียนดีกว่านะ วันก่อนดูยูทูป เบสบอล MLB มีช่วงแคชเชอร์โดนลูกแฉลบไม้เข้าเต็มหน้ากาก จนลูกติดเข้าไปกับหน้ากาก (ตรงช่องมองลูก) และอีกอันหนึ่ง แคชเชอร์ก็โดนเข้าไปที่กระจับ โดนแรงมาก ขนาดลงไปนอนดิ้นเลย นึกภาพออกเลยว่าถ้าไม่มีหน้ากาก ลูกเบสบอลคงเข้าไปแทนที่ลูกกะตาแน่นอน และถ้าไม่มีหน้ากาก/กระจับ ความเร็วขนาด 100 MPH รอดตายก็คงพิการ

เพราะผู้เขียนเล่นตำแหน่งแคชเชอร์ เลยโดนมาทั้ง 2 อย่างพอเห็น VDO นั้น ก็เลยอยากแบ่งปันให้คนรุ่นหลังสักหน่อย บทความนี้อ่านเป็นข้อเตือนใจสำหรับคนที่เล่นกีฬาเบสบอล-ซอฟท์บอล (ความจริงกีฬาทุกอย่างครับ) ก็แล้วกันนะ ต้องป้องกันการเกิดการบาดเจ็บจากการเล่น (ตัวเราและผู้อื่น)

ปัจจุบันมีอุปกรณ์ ป้องกันการบาดเจ็บมากมาย ให้เลือกใช้ ในราคาที่พอใช้ได้ อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากาก helmet leg guard chest-protector กระจับ และ อื่น อื่น ให้มันทำหน้าที่เพียงครั้งเดียว ก็คุ้มค่าแล้วครับคำว่ากระจับ (groin protector /cup) ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกระจับ-เขาควาย -Horn Nut -ที่เอามาต้มกินอร่อย อร่อย ผมไม่ทราบที่มาของชื่อของเจ้าอุปกรณ์นี้ แต่เดาว่าคงมาจากคำว่า “เบี๊ยวกระจัง” แล้วก็กร่อนคำลงมาเหลือแค่ “กระจัง” แต่จะเรียกว่า “กระจัง” มันก็คงไปซ้ำกับ”กระจัง” ที่เป็นลายไทยชนิดหนึ่ง ก็เลยเรียกว่า”กระจับ” เพราะรูปร่างของกระจับนักมวยรุ่นแรกแรก ทำด้วยผ้ายัดด้วยนวมหรือเส้นใยพืช ที่คล้ายกระจับ(เนื้อกระจับที่แกะเปลือกแล้ว) แล้วก็อย่าไปสับสนกับคำว่า “ปากรูปกระจับ” นะครับ ตรงนี้ไม่มีสาระ – เอาฮาอย่างเดียว

นึกย้อนกลับไป 40 กว่าปี ตอนเรียน ปี 2 (ปี 3 ? ) พี่ดา (กฤษดา – 34) ไปเล่นแคชเชอร์หรือยืนหลังแคชเช่อร์ – เป็นumpire (นานมากแล้ว ไม่แน่ใจ) ไม่ใส่หน้ากาก โดนลูกเข้าเต็มตา เลย ตอนนั้นแทบทุกคนคิดว่าคงบอดแน่นอน โชคดี ที่ไม่เป็นอะไร หมอปิดตาให้ประมาณ 10 กว่าวันก็ OK ทำไมต้องลุ้นขนาดนั้น เพราะมีเลือดไหลออกมาจากตาของพี่ดามากมาย ตาขาวเปลี่ยนเป็นสีแดง (เส้นเลือดฝอยแตก) และภายหลังตาขาวก็โปนขึ้นมาเหมือนปากปล่องภูเขาไฟเลย (ดูภาพประกอบ-น่ากลัวมาก)

ดังนั้น เมื่อผมโดน อาจารย์พิทยา (พี่พิท 29 ) กับพี่อิสรา (อิส -33) (ขอร้องแกมบังคับ) ให้เล่นตำแหน่งแคชเชอร์ผมก็กลัวทุกครั้ง ไม่กล้าลงเล่นโดยไม่ใช้หน้ากาก ส่วนกระจับ (groin protector / cup) รู้จักใช้ครั้งแรกหลังจากที่รู้จักกับทีม SRC Hunters ก่อนหน้านั้นไม่รู้ว่ามันต้องมีสิ่งนี้ด้วย (โชคดีที่รอดมาได้ เพราะสมัยนั้น ลูกพิชของพี่ตุ้ม (อดิศักดิ์ – 33) ความเร็วก็ประมาณ 100 KPH แล้ว) สมัยนั้น กระจับพลาสติก (แข็งแรง-เบา-ใส่สบาย-วิ่งไม่ติดขัด) ก็ไม่มีขายในประเทศไทย (หมายเหตุ – สมัยโน้นนนน ร้านขายอุปกรณ์ซอฟท์บอล-เบสบอล ที่มีคุณภาพดี ราคาจับต้องได้ ยังไม่ได้เปิดกิจการในประเทศไทย ) ก็ไปซื้อกระจับนักมวย (อลูมิเนียม) มาใช้ ก็ได้ผล-คุ้มค่าเงินเลยนะ ไปแข่งที่ พิษณุโลก (น่าจะ?) โดนลูกเข้าไป เต็ม เต็ม ถ้าไม่มีกระจับวันนั้น วันนี้คงใช้บอกเพศได้อย่างเดียวว่าเคยเป็นผู้ชาย

กระจับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกตำแหน่ง ในinfield รวมทั้ง plate umpire ด้วย ส่วนผู้เล่น outfield ก็ควรจะใช้ เพราะทำให้ใช้ตัวบล็อกลูกได้อย่างมั่นใจและ ทุกคนที่เวลาเข้าตีลูก ก็ไม่รู้ว่า jackpot จะแตกเมื่อไรหน้ากากแคชเชอร์เมื่อก่อนนี้เป็นแค่โครงโลหะ มีนวมกันกระแทกที่หน้าผากและคาง ไม่มี helmet ไม่มี throat guard ไม่มี ear guard (ทั้งหมดมารู้จาก SRC Hunters ว่าจะต้องมี) ใช้ร่วมกันหลายคน คันหน้า สิวขึ้นไปตาม ตาม กัน ก็ยังดีแค่สิวขึ้นนะ เพราะเวลาช่วงนี้อาจจะมีโควิด-19แถมมาด้วย

หลายคนคงนึกภาพไม่ออกว่าเมื่อก่อนหน้ากากแคชเชอร์เป็นอย่างไร ก็เปรียบเทียบกับหน้ากากของพิชเชอร์ในปัจจุบันนี้ เพียงแต่โครงโลหะและนวมหนากว่าเท่านั้น โดนเข้าไปเต็ม เต็ม ก็แทบจะสลบ แต่ก็ดีกว่าหน้าเละมากมาย และก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่แคชเชอร์ (สมัยนั้น) ไม่ก้มหน้าลงมากเพื่อรับลูกที่มาต่ำ เพราะหาก ถ้าเกิด foul tip ลูกจะพุ่งโดนกลางกระหม่อม (กลางหัว) เต็ม เต็ม นะ ถึงตายได้

บทความนี้เพียงแนะนำให้รู้ว่า อุปกรณ์ ป้องกันอันตรายเป็นสิ่งจำเป็น บางคนมีอุปกรณ์ส่วนตัวเยอะแยะ โกลบสวย สวย ไม้ตีอย่างดี (ทั้งดีดทั้งเด้ง มีถุงด้วย) ลูกบอล ลูกเวท ชุดแข่งครบชุด รองเท้าแข่ง รองเท้าวอร์ม ชุดวอร์ม หมวก ถุงเท้า ถุงมือกันเหงื่อ batting glove แว่นกันแดด helmet ถังน้ำแข็ง และอื่น อื่น (ในถังน้ำแข็ง) รวมแล้วหลายหมื่นบาท แต่ควรจะต้องมีเจ้าสิ่งนี้ด้วย (ราคาหลักร้อยเท่านั้น) เพราะว่าเวลาเราเจ็บ เราไม่ได้เจ็บคนเดียว (ดูอย่างทีมแชมป์ EPL ที่อังกฤษ เป็นตัวอย่าง แค่กัปตันทีมเจ็บนิดหน่อย แต่เจ็บหนักไปถึงผู้จัดการทีมเลย)

(หมายเหตุ – ตั้งใจทีแรกว่าจะเขียนแค่ 10 บรรทัด เขียนไปเรื่อย เรื่อย ได้มา 3 หน้าเชียวนะ ทั้งหมดเป็นเรื่องจากความทรงจำของผมเอง จริงบ้างไม่จริงบ้าง อาจจะเลือนรางไปบ้าง เพราะนานมากแล้ว อาจไม่มีหลักฐานหรือพยานยืนยัน แต่มีเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์ได้ จับต้องได้ ลองหาดูสิ อยู่ตรงไหน ) (ภาพประกอบ วาดด้วยเทคโนโลยี ขั้นสูงสุดที่มีในคอมพิวเตอร์ของผม)

May be an image of text that says "ตาขาว ตาดำ ตาขาว ตาดำ ภาพตัดลูกตา (ตัดขวาง) ภาพตัดลูก ภาพตัดถูกตา (ปกดี)"

ฝึกดึงไม้ตีด้วยเมดิซีนบอล

ใส่ความเห็น

ดริลฝึกด้วยเมดิซีนบอลนี้ ช่วยให้เข้าใจจังหวะดึงไม้หรือ connection ว่าหากดึงไม้โดยมือทั้งสองอยู่ใกล้ตัวจะควบคุมไม้ได้ดีกว่าและได้สปีดไม้ที่เร็วกว่ามาก

การใช้ลูกบอลที่หนักนิดหนึ่ง นักกีฬาจะเข้าใจสิ่งนี้ได้ทันทีเมื่อเขาดึงไม้ห่างจากตัว ซึ่งนั่นจะทำให้เขาสูญเสียการควบคุมไม้จากด้านหลังของร่างกาย

**อย่าลืมจังหวะ luanch (ก้าวขา) + separated (แยกแขนจากขา) > และก่อนจะ connection (ดึงไม้) ต้องให้บิดสะโพกนำก่อนมือเสมอ

“MAKE SURE THE HIP GOES FIRST”

สรุปให้จ่ะ
ดึงสั้นไม้ใกล้ตัว ดันออกไป = คุมไม้ได้ดีกว่า ตีได้เร็วกว่า
ดึงไม้ห่างตัว (disconnected) = เสียการควบคุมไม้ ตีได้ช้าเพราะวงกว้างเกินไป

***ดริลสร้างแรงระเบิดกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มสปีดไม้ด้วยการทุ่มลูกเมดิซีนบอลเข้ากำแพง ท่าทุมบอลก็จะต้องมาจากพื้นฐานเดียวกันนี้
การใช้บอลที่หนักเกินไปอาจจะทำให้ผู้ฝึกเหวี่ยงโดยการอุ้มบอลเหวี่ยงออกด้านข้าง ซึ่งนั่นก็คือท่าดึงไม้ที่ห่างตัว
และอาจจะจดจำท่าตีผิดแทนที่จะได้ท่าตีที่ถูกต้อง**

เช่นเดียวกันกับเห็นโค้ชบางท่านใช้วิธีฝึกหวังเพิ่มสปีดไม้ให้กับนักกีฬาหน้าใหม่ที่ท่าตียังไม่ถูกต้อง ด้วยการโยนบอลให้ตีเร็วๆแล้ววนไม้กลับมาตีซ้ำๆ ยิ่งทำเยอะๆยิ่งล้า ท่าตีที่ผิดอยู่แล้วก็จะยิ่งผิดไปกันใหญ่
โค้ชจึงควรใช้แบบฝึก (drill) ที่เหมาะสมกับนักกีฬา

perfect practice makes perfect

This drill to help players understand how they have much more control/speed when we stay connected. The heavier med ball really allows them to feel where they lose control on the backside of the body if we get long “disconnected”

ฝึกตีลูกไปทิศทาง Right Center Field

ใส่ความเห็น

Direction
Body direction and Barrel direction

ทิศทางในการตี
บางทีเราสอนเด็ก สอนนักกีฬาว่าให้ตีไปตรงกลางสนาม น้องก็พยักหน้าหงึกๆ แต่จริงๆแล้วเขาอาจไม่เขาใจสิ่งที่โค้ชบอกหรือว่าไม่รู้ว่าคืออะไร ทำอย่างไรหละโค้ช?


Body direction
Josh บอกว่าเอาแบบเข้าใจง่าย คือการรักษาเส้นพลังของการส่งแรงตี ท่าทางจากการเริ่มเคลื่อนไหวจนจบวงสวิง แรงจะต้องส่งเป็นเส้นตรง “ตรงไปยังกลางสนาม”

การตีเหล่านี้แม้จะมีผลงานได้บ้างแต่ก็ไม่สม่ำเสมอและอาจตีได้แค่เบสเดียว และก็ไม่สามารถจะตีลูกพิชที่มุมต่างๆได้ดีนัก
ที่กล่าวมานี้ก็คือเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดทิศทาง (Miss body direction)

นักกีฬาเด็กหรือเล่นใหม่บางคนอาจจะเปิดไหล่ตี ตีรวบ ตีกวาด พลิกมือเร็ว ทำให้ลูกออกไปแต่ด้าน LF (ถนัดขวา) หรือแม้แต่ตีเสยไม้ขึ้น สับไม้ลง เหวี่ยงตัวตี ฯลฯ
บ้างก็โน้มตัวเข้าไปหาโฮมเพลทเพื่อพยายามดันลูกออกไปอีกทาง

ส่วน Barrel direction
คือการรักษาระดับแนวไม้ให้เป็นแนวเดียวกับลูกที่พิชมา ดึงไม้ผ่านโซนการตีให้นานที่สุด (รักษาแนวไม้ตรงไปข้างหน้าได้อย่างนานที่สุด)
โดยไม่ตวัดไม้ขึ้นหรือสับไม้ลง
*ผ่านโซนการตีตรงไหนหละ? ตอบ : ราวๆหนึ่งคืบ หรือ 6″-8″ หน้าโฮมเพลทฮะ

Jose ให้ศัพท์เทคนิคตรงนี้ว่า
“Working the barrel from the inside and exit the zone to the middle of the filed” หรือการตีโดยดึงไม้จากในลำตัวดันสู่ทางออกไปยังสนาม ที่เรียกติดปากว่า “inside-out” นั้นแล

Key point : จะตีถูกทิศทาง ผู้ตีจึงต้องรักษาสมดุลและท่าทางของร่างกาย ในการตีผ่านโซนตีอย่างถูกต้อง
ยังไง? ตอบ : ดึงไม้ผ่านโซนตีก็ดันไม้ต่อไปยัง ตรงกลาง ตรงกลาง ตรงกลางสนามไปเรื่อยๆ เมื่อแขนทั้งสองเหยียดสุดแล้วก็จะฟอลโลทรูเอง

Drill #1 Right hip, right hand, right center
ใช้ท่อ pvc ยาวสัก 2 เมตร
ปลายท่อวางไว้ที่เท้าขวา (ถนัดขวา) ให้ปลายอีกด้านชี้ไปที่ตำแหน่ง 2B
ตั้งที จุดตีปกตีหน้าตัวเล็กน้อย
-ก้าวตีปกติหาพิทเชอร์ *อย่าก้าวเข้าหาที
-บิดสะโพก ดึงไม้ตามแนวท่อ pvc ที่วาง เล็งด้านในลูก ตีลูกออกไปทิศทาง RF จนจบวงสวิง ดยหน้าอกยังชี้ไปทาง RF
*อย่าให้อกชี้ไปยังพิทเชอร์ก่อนจบวงสวิง

ดริลนี้ดีมากๆนะครับทำให้เข้าใจเรื่อง direction เป็นอย่างดี
ต้องลองฝึกให้ได้จะทำให้ท่านสามารถตีลูกออกไปยังตำแหน่งช่องว่างระหว่าง CF-RF เพิ่มโอกาสให้ได้ 2 ถึง 3 เบสจากการตีได้

Drill #2 Lid work sequencing & direction

การใช้จานร่อน หรือฝาถีง เป็นการซ้อมท่าทางตีและการปล่อยฝานี้เองจะบอกทิศทางที่เราตีออกไปได้อย่างดีมาก
จริงแล้วใช้ฝึกการร่อนฝาให้ออกตรงกลางสนาม แต่ดริลนี้จะฝึกให้ร่อนไปทิศทาง Right center field

หนีบฝาด้วยมือทั้งสองเหมือนการไหว้ บิดมือเฉียงให้ฝาด้านล่างชี้ลงพื้นหาตำแหน่งแคทเชอร์
ก้าวเข้าตี เริ่มบิดสะโพก และบิดฝาให้เป็นแนวนอน โดยตำแหน่งของฝาอยู่ที่เดิมไม่เคลื่อนห่างหรือเข้าหาตัว
ท่องไว้ เริ่มบิดสะโพก พลิกฝา เริ่มบิดสะโพก พลิกฝา..
เอาหละเริ่ม

วางทีและลูกไว้จุดตีที่เดิม
เริ่มบิดสะโพก พลิกฝา เริ่มบิดสะโพก เริ่มบิดสะโพก พลิกฝา เริ่มบิดสะโพก พลิกฝา เมื่อแน่ใจว่าท่าทางตรงนี้ถูกต้องก็ให้ร่อนฝาตรงผ่านลูกไปยัง Right center Field เท่านั้น
หากฝาร่อนไปยัง RF หรือตกพื้น แสดงว่าส่งแรงไม่ถูกทิศทาง

คริลนี้สามารถปรับเป็นให้เริ่มจากท่าก้าวขาตีฝาขนานพื้น แล้วค่อยย้อนกลับมาในท่าเริ่มดึงไม้ได้เช่นกัน
**ระดับที่ดีที่สุดในการฝึกดริลนี้ก็คือให้ฝาอยู่ที่ระดับไหล่หรือแค่ระดับหน้าอก
ดริลนี้ชอบบบบบ ฝึกง่าย และสนุกมากกกก

Drill #3 45 Degree
One of the best drill ดริลนี้ดีมากระดับที่สุดของแจ้หรือจะที่สุดของตูนบอดี้แสลมก็ได้ฮะ
วางทีและลูกที่เดิม
ยืนเปิดเท้าซ้ายออกทำมุม 45 องศา
เริ่มตีจากท่าก้าวขาพร้อมตี ค้างไว้
แนวคิดเหมือนเดิมคือตีไปทาง Right center field
การเคลื่อนตัวก็เหมือนกับดริลที่ 2
เริ่มด้วยไหล่ซ้ายชี้ลูกบอลตีจบให้ไหล่ขวาชี้ลูกบอล
เริ่มบิดสะโพกขวา ดึงแขนขวา ตีไปยัง Right center จนจบวงหน้าอกก็ยังชี้ไปยังทิศทางนี้
หากฝึกตีได้สวย ถูกต้อง ก็จะฝึกดริลนี้แบบโหลดน้ำหนักก้าวขาตีก็ได้

หากท่านตีรวบแขน วงฟาดๆ ทิศทางของลูกจะกลับไปยัง LF
หากตีฟันลงลูกก็ตกพื้น
ตีงัดลูกก็ขึ้นฟ้า

แนวคิดเรื่องทิศทางในการตีนั้นสำคัญมากๆไม่เพิ่งให้ตีทิศทางที่ถูกต้องตามที่มันควรจะถูกตีออกไป แต่ยังช่วยให้ท่านใช้แรงทั้งหมดส่งผ่านการตีได้มากที่สุด นอกจากตีได้ถูกต้องก็ส่งผลดีเพิ่มขึ้นอีกจากการได้เบสจากการตีมากกว่าเดิม
รวมทั้งตีถูกต้องนี่ รักษาไม้แพงๆให้อยู่กับทีม กับท่านได้นานๆ

เป็นเรื่องที่โค้ชต้องทำความเข้าใจด้วย เข้าใจให้ถูกต้องก็จะสอนนักกีฬาได้
ฟังคำว่า center mind สิ ตีเซนเตอร์ๆ หากพูดให้ตายเด็กมันไม่เข้าใจก็ไม่มีวัน get คำนี้เลย

ขอบคุณเพจ : Baseball Doctor
3 Drills นี้น่าฝึกมากๆเลยนะครับ

https://www.youtube.com/watch?v=g9zwgpD6ZHo&t=6s

3 แบบฝึกตีแก้เปิดไหล่เร็ว ที่พูดติดปากกันว่า”หน้าไม่ล้อคๆ”

ใส่ความเห็น

ปัญหาหนึ่งของนักกีฬาน้องใหม่หรือเก่าแล้วก็ยังเป็นได้ คือการเปิดหน้าเร็ว จริงๆแล้วโปร Josh สอนว่ามันก็คือไหล่เร็วนั่นเองเพราะหน้าจะไปก่อนได้ยากหากไหล่ไม่ไปด้วย
*พอไหล่ท่านเปิดเร็วจึงทำให้ดูลูกไม่จบ จนมาก่อนการใช้แรงจากส่วนสะโพก ช่วงล่าง ทำให้ขาดความแม่นยำและเสียบาลานซ์ที่ดีได้

วิธีแก้ ดริลง่ายๆนำไปฝึก

1.Chest on the ball ตีด้วยมือซ้ายมือเดียว ใช่ทีตั้งลูกสูง ไม่ต้องใช้แรงจากช่วงล่างเลย ใช้ไม้เด็กหรือให้จับไม้สั้นๆ ดึงแขนซ้าย สวิงผ่าน แขนฟอลโลว์ทรูปกติ แต่จบสวิงด้วยการให้สายตาจ้องค้างและหน้าอกขวายังชี้อยู่ที่จุดตีลูก อย่าเปิดตัวนั่นเอง

2.ยากขึ้นมานิดนึง ตีด้วยมือขวามือเดียวแต่มือซ้ายจะต้องดึงยางไว้ที่ระดับสะโพก แนะนำให้ตีด้วยช่วงบนของร่างกายอย่างเดียวเหมือนเดิมไม่ต้องใช้ช่วงล่าง หรือจะก้าวตีก็ได้
จับไม้สั้น ตีด้วยมือขวาจบสวิงด้วยให้คางอยู่ชิดกับไหล่ขวาตามองจุดตีค้างเช่นเดิม นี่จะบังคับไม่ให้หน้าท่านหันไปทางอื่นเช่นกัน

3.ตีเต็มวง ไหล่จบที่ไหล่ shoulder to shoulder drill
คือเริ่มตีคางชิดไหล่ซ้าย ตีเสร็จค้างให้ชิดไหล่ขวา
ทำทีละจังหวะแล้วค้างไว้ตั้งแต่โหลดน้ำหนักตามองพิทเชอร์ > ก้าวหาบอลตามองจุดตี คางชิดไหล่ซ้ายอย่าให้ไหล่บังคาง > เปิดสะโพกใช้ช่วงล่าง ดึงไม้ตีฟอลโลว์ทรูตามปกติแต่จบสวิงให้คางชิดไหล่ขวา เช่นนี้หน้าก็ไม่หันไปไหน

**TIP โปรแนะนำว่าในการบิดลำตัวช่วงบนนั้น ท่านควรรู้สึกว่าใช้การบิดอกขวาเข้าตีลูกด้วย (chest on to the ball) อย่าเพียงแต่บิดผ่าน การบิดผ่านจะทำให้ไหล่ซ้ายผ่านลูกไปจะไม่ช่วยให้ตีได้แรงและยังทำให้เปิดตัวเร็วเกินไปด้วย

ตอนเด็กๆหัดเล่นโค้ชมีแต่บอกให้ล้อคหน้าๆ ล้อคหน้าสิโว้ยยย
จริงๆโค้ชเองก็อาจยังไม่ได้เข้าใจว่าจะต้องช่วยแก้ปัญหานี้ให้นักกีฬาของท่านอย่างไร
ลองอ่านและนำวิธีฝึกเหล่านี้ไปปรับใช้ เข้าใจง่าย สอนง่ายครับ

ศึกษาท่าตีของคุณ โนลาน อาเรนาโด

ใส่ความเห็น

เรียนรู้การตีของ Nolan Arenado
บาลานซ์ที่ดีในจังหวะก้าวเข้าหาบอล
ระดับมือสูงในจังหวะดึงมือตีลูก (conection) แขนขวาแนบลำตัว
ระดับไม้ต่ำกว่ามือเล็กน้อยแทบจะระนาบเดียวกันกับมือ
ระดับศรีษะที่นิ่งก้มต่ำมองลูกตลอดไม่ละสายตาจนไม้กระทบลูก
*ตรงนี้สำคัญมากกับหลายคนที่มองปลายทางก่อนที่ลูกจะกระทบไม้
แบ่ม..มม !!!

☑️ balance at launch
☑️ Keeps hands high at connection
☑️ Barrel works slightly under the hands to get on plane
☑️ Head stays down and in the zone through contact

Thanks : Baseball Doctor

ศึกษาท่าตีของมืออาชีพ

ใส่ความเห็น

ดูท่าตีของโปรบ่อยๆมันจะซึมเข้าไปทางสายตา
แอดไม่ได้บ้าการตีแบบเมกาที่ใครๆเคยบอกว่าเราต้องฝึกตามแบบญี่ปุ่นเพราะเราตัวเล็กนั้นเดี๋ยวนี้ญี่ปุ่นตัวเท่าเมกาแล้ว และหากไม่มีแรงไม่ฝึกซ้อมท่านจะตีแบบไหนมันก็ทำไม่ได้ดี
แอดแปลคลิปของเมกามากกว่าเพราะฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกกกกก เวลาแปลแอดก็ใส่ไข่ลงไปด้วยนะเพราะบางทีจะแปลตรงมากภาษามันก็ดูทางการเกิน

1.ไม่มีการบิดหลัง(เอวนะแหละ) องศาของสะโพกไม่มีเปลี่ยนตั้งแต่เริ่มโหลดน้ำหนักจนถึงเท้าซ้ายแตะพื้น เมื่อถึงจังหวะนี้แล้วไม่มีการโหลดน้ำหนักไปด้านหลังอีกแล้ว แรงตีจะส่งไปข้างหน้าอย่างเดียว
หลับตานึกถึงลูกตุ้มโมเมนตั้มยังไงอย่างนั้น “เมื่อโยกมาหลังก็โยกไปด้านหน้าตรงๆไม่มีแกว่ง”

2.ศรีษะอยู่ยิ่งและไม่เปลี่ยนระดับ ทำให้สายตามองลูกได้แจ่มแจ๋ว
แกนของหลังเป็นเส้นตรง ตัวตรงไม่งอนะแหละ สบายๆไม่เกร็ง

3.ดูที่เข็มขัดและสะโพก นี่คือการใช้แรงจากช่วงล่างของร่างกายได้อย่างแท้ทรู พยายามใช้แรงจากช่วงล่างกันเยอะๆเพราะเป็นกล้ามเนื้อใหญ่ช่วยให้ตีแรงได้มาก

เพิ่มเติมหากใครตั้งใจอ่านมาถึงตรงนี้ลองสโลโมชั่นดูเป็นจังหวะๆ โหลด-ก้าวขาตี-ดึงไม้-ไม้โดนลูก-ดันขวาจนสุด แขนเหยียดตึง-ฟอลโลว์ทรู
(จะจบวงสองมือหรือปล่อยไม้ไปที่มือซ้ายก็ได้)
คลิปนี้แอดชื่นชอบจังหวะทุกจังหวะโดยเฉพาะการตีและดันไปจนแขนเหยียดสุดได้จนชี้หัวไม้ไปหาพิทเชอร์ มึงตายยยยย

ลองดูและนำไปปรับใช้นะจ๊ะ
เบสิคการตีมีหนึ่งเดียวเหมือนกันทั้งโลก แต่เทคนิคและการนำไปใช้ ปรับใช้นั้นให้เหมาะสมกับตัวเอง
และอย่ามโนครับอย่ามโนเอาเองว่ากูแจ๋วแล้ว

*ย้ำเหมือนเดิมว่าแอดไม่ได้เก่งภาษา แค่พอฟังได้และแปลเผื่อแผ่ให้กันหากชอบครับ

Thanks : Baseball Doctor

ตีลูกอะไรก็ต้องดึงไม้ลงมาจากไหล่ ตีแล้วดันให้ยาววว

ใส่ความเห็น

ตัวอย่างท่าตี การจัดระเบียบร่างกายของ Trout
ไม่ว่าลูกสูงหรือต่ำ เขาก็ดึงไม้ลงมาจากจุดเดียวกัน
คลิปแนะนำด้วยว่าให้ฝึกตีทั้งสองลูก (หรือลูกอื่นๆทั้ง 9 จุด) โดยให้เป็น liner ออกไป

การจะตีแบบ liner ให้ได้ทุกครั้งมีทิปเล็กน้อยคือหลังจากจังหวะ impact ให้ดันมือขวายาวๆ (คนตีถนัดขวา) จินตนาการให้หัวไม้ตรงไปหาพิทเชอร์ หรือคิดเหมือนร่อนจานร่อนออกจากตัวให้ไปตรงๆ
จากนั้นเมื่อดันจนสุดๆแขนตึงแล้วมือจะพลิกเองที่เหลือก็จบวงฟอลโลว์ทรู
เวลาโค้ชบอกฟอลยาวๆก็คือแบบนี้ไม่ต้องหลงให้ไปคิดเรื่องฟอล IG ใครวะโค้ช
จำง่ายๆ ดึงสั้น-ดันยาวๆ

อธิบายเรื่องดึงสั้น คือจังหวะ connection ให้ดึงไม้จากหัวไหล่หาลูกตรงๆลงมาหาลูกโดยอย่าให้ไม้ห่างหัวไหล่และแขนแทบจะติดลำตัว หากดึงห่างตัวไม้จะเดินทางช้า ที่เคยสอนกันว่า คัทดาวน์ๆ มันเป็นแบบนี้ แต่ไม่ใช่ฟันไม้ลงพื้นให้จบวง ตีแล้วดันไปข้างหน้า
ส่วนดันยาวก็บอกไปแล้วไง

การจบวงลูกสูงระดับของไม้ค่อนข้างจะลงต่ำกว่าลูก ลำตัวจะตรงๆ
การจบวงลูกต่ำก็ตรงข้ามกัน ลำตัวจะงอลงนิดหน่อย แน่นอนสิต้องงอ ลองทำตัวตรงๆตีลูกต่ำหัวก็ห่างจุดตีทำให้ตาท่านห่างจะตีให้แม่นก็ยากนะ

ส่วนคำว่า up hill หรืออาจจะแปลว่ายกนั้น หากไม่แข็งแรงจริงก็อย่าทำมันจิกลายเป็น fly ball สูงๆ

อย่างงเรื่องจบวงแล้วทำไมไม้มันสูงไปด้านหลังหมด นั่นคือเขาทำทุกกระบวนการเสร็จแล้ว

ฝึกกันเยอะๆนะจ๊ะ

ขอบคุณ : Baseball Doctor

ตีแบบยกขาหรือไม่ยกขา ดีกวากัน?

ใส่ความเห็น

Cabrera
ภาพซ้าย 0-1 สไตรค์ ถ่ายน้ำหนักแบบไม่ยกขา ตีโฮมรัน
ภาพขวา 3-2 ฟูลเคานท์ ถ่ายน้ำหนักแบบยกขา ก็ตีโฮมรัน

การจับจังหวะที่ดี จัดระเบียบร่างกายดี รวมถึงการถ่ายน้ำหนักที่ถูกต้องจะตีแบบยกหรือไม่ยกขาก็ได้ และไม่ได้ลดแรงในการตีลงแต่อย่างได้
การตีแรงทุกสวิงแบบถูกต้องกับการตีแรงแบบมั่วๆกวาดๆนั้นต่างกันนะครับ

หลายครั้งโค้ชหลายท่าน (รวมทั้งลุงด้วย) จะบอกให้นักกีฬาเมื่อ 2 สไตรค์ว่า

“ยืนให้กว้าง ยกขาให้น้อย” นี่เพื่อลดเวลาของจังหวะตี

“จับไม้ให้สั้นนิดนึง” “ตีให้แม่นๆ” นี่เพื่อลดความกว้างของวงตี ก็เรื่องลดเวลาเช่นกัน และดูลูกได้นานขึ้นด้วย

บ้างบางท่านบอก “ดึงซ้ายเร็วๆ” เพื่อให้การดึง knob ไม้เร็วขึ้น นี่ก็ช่วยเรื่องเวลาให้ไม้ตีได้ทันลูก

บ้างอาจบอก “แค่โดนก็พอ” อันนี้ก็แบบวัดวาเลย คือขอลุ้นให้ไม้โดนลูกเข้าสนาม หวังว่าให้ฝ่ายรับเล่นพลาดหรือได้ lucky hit
ฯลฯ เป็นต้น

เนื่องจากนักกีฬาบางคนเบสิค เทคนิค รวมทั้งความแข็งแรงยังไม่ดีนัก คือฝึกมาน้อยน่ะแหละ
การช่วยเหลือเทคนิคนิดหน่อยอาจช่วยให้เขาประสบความสำเร็จในการตีลูกต่อๆไปได้
โค้ชช่วยอะไรได้ก็ต้องช่วย โดยรวม เราจะช่วยลดเวลาให้เขา และช่วยให้เขาดูลูกได้นานขึ้นก่อนตัดสินใจออกไม้
ทั้งนี้ก็อย่าบอกมากพูดมากเกินไปมันรบกวนสมาธิเขา
*นี่ยังไม่รวมการช่วยเรื่องความมั่นใจนะ

อันนี้เอามาเปรียบเทียบ ประยุกต์ความคิดไปต่อยอดสอนนักกีฬาของท่าน
โปรเขาเก่งมากแล้ว ฝึกมามากมายนัก ไม่มีแค่แม่น แค่เอาโดน เขาหวังผลทุกสวิง
ดังนั้นโค้ชต่างประเทศโค้ชระดับโปรจะไม่ค่อยบอกเทคนิคการตีทุกๆครั้ง
ส่วนบ้านเราหรือหลายประเทศแถบนี้ต้องคอยบอกทุกๆลูก
หากฝึกมาดีก็ยืนดู นานๆบ่นไปทีนึงก็พอ

Thanks : Baseball Doctor

Older Entries

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น